VoxPop Logo
VoxPop Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
วิทย์-ชีวะ-ชีวิต
•
ติดตาม
8 มิ.ย. 2022 เวลา 09:42 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
รู้ได้ไง มีใครจ้อง?
Photo by Simeon Jacobson on Unsplash
ผมว่าคนทั่วโลกมีคำถามคาใจที่เหมือนกันอยู่หลายเรื่อง และหนึ่งในนั้นก็คือ ทำไมเรารู้สึกได้ว่ามีคนกำลังจ้องเราอยู่? และเมื่อใดที่เราหันไปมอง ก็มักมองเห็นคนๆ นั้นจ้องเราอยู่
เมื่อลองค้นดูก็พบว่า มีงานวิจัยที่ทำเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่ ค.ศ. 1898 [Science. 1898, DOI: 10.1126/science.8.208.895] หรือกว่า 120 ปีที่แล้ว!
แสดงว่านักวิทยาศาสตร์น่าจะมีคำตอบให้แล้วหรือครับ?
ก็ในระดับหนึ่งนะครับ
มีการทดลองหนึ่งที่สรุปยืนยันว่า มีคนถึง 94% ที่รายงานว่าเคยมีประสบการณ์ที่รู้สึกว่ามีคนจ้องอยู่ แล้วก็เลยหันหน้าไปดู ซึ่งก็พบว่ามีคนจ้องอยู่จริงๆ
1
แม้ว่าจะฟังดูน่าทึ่ง คล้ายกับเรามีพลังวิเศษประจำตัวหรือเป็นเอกซ์-เมนกัน แต่คำตอบหลังจากทำวิจัยกันมากเข้า ก็อาจจะทำให้หลายคนผิดหวังกับคำตอบทีเดียว
ทำไมรู้สึกว่ามีคนจ้องอยู่แน่ๆ?
ปรากฏการณ์ทางชีววิทยาที่มีหลายชื่อเรียกนี้ ไม่ว่าจะเป็น “การตรวจจับการจ้องมอง (gaze detection)” หรือ “การรับรู้การจ้องมอง (gaze perception)” หรือ “ปรากฏการณ์พลังจิตจากการจ้องมอง (psychic staring effect)” มีความพิเศษอยู่หลายประการ
ประการแรกคือ มีความเป็นสากลมาก คนทุกเชื้อชาติ ภาษา น่าจะเคยรับรู้สัมผัสพิเศษทำนองนี้ได้เหมือนๆ กัน
Photo by Jack B on Unsplash
ประการต่อมาก็คือ เรามักรับรู้ได้แม้ว่าเราจะไม่เห็นคนที่จ้องเราอยู่เลยก็ตาม เช่น อาจจะอยู่ด้านข้างเยื้องไปด้านหลังมากๆ หรืออยู่ด้านหลังเราเลย และประการสุดท้าย ความรู้สึกแบบนี้มันมักจะรู้สึกอย่างท่วมท้นในใจ
จนบ่อยครั้งทนไม่ไหวต้องหันไปมอง และมักจะเห็นมีคนกำลังจ้องมองเราอยู่จริงๆ!
เห็นก็ไม่ได้เห็น แล้วรับรู้ได้อย่างไรว่ามีคนมอง?
หรือนี่จะเป็นพลังจิต พลังวิเศษของมนุษย์เราจริงๆ?
คำตอบอาจจะไม่ได้อยู่แค่ที่ดวงตาของเราเอง แต่ยังรวมไปถึงสมองของเราด้วย ที่ผ่านวิวัฒนาการมาจนทำให้เกิดปรากฏการณ์แบบนี้ขึ้นได้
"ดวงตาสื่อภาษาใจ"
การจ้องตากันเป็นการสื่อสารที่สำคัญมากแบบหนึ่งของมนุษย์และสัตว์ทั้งหลาย
ถึงกับมีผู้เชื่อว่าน่าจะเป็นการส่งสัญญาณให้กันที่ “ทรงพลังที่สุด” ในบรรดาภาษากายด้วยกันแล้ว แถมยังพบได้กว้างขวางในอาณาจักรสัตว์ แต่จะมีความหมายแตกต่างกันไปบ้างแล้วแต่กรณี
สัตว์ผู้ล่าอาจจะอาศัยการจ้องมองอย่างตั้งอกตั้งใจก่อนตะครุบเหยื่อ ในขณะที่สัตว์หลายชนิดใช้การจ้องมองเป็นการข่มขวัญคู่ต่อสู้
ที่น่าสนใจก็คือ สัตว์ต่างสายพันธุ์อย่างคนกับแมวหรือหมา ก็ใช้การจ้องตาสื่อสารกันได้ด้วย ดังคนที่เป็นทาสแมวหรือทาสหมารู้กันดี
Photo by Max Sandelin on Unsplash
มีการสังเกตพบด้วยว่า สุนัขอาจจะวิวัฒนาการเรื่องการจ้องตากับมนุษย์มากขึ้นด้วย หลังจากที่ย้ายสำมะโนครัวมาอยู่กับมนุษย์ สุนัขจรจัดในสถานที่กักกันที่จ้องตาและทำตาโตใส่มนุษย์มากกว่า จะมีโอกาสมีผู้นำไปชุบเลี้ยงมากกว่าและอย่างรวดเร็วกว่า
Photo by Auréanne Mailhiot on Unsplash
สำหรับกรณีของมนุษย์ ทารกใช้การจ้องตาเป็นการเรียกร้องความสนใจแบบหนึ่ง การศึกษาในทารกอายุเพียง 2–5 วัน ก็พบว่าเด็กๆ ชอบมองหน้าและจ้องเข้าไปในดวงตามากกว่าจะมองแฉลบไปมา
Photo by Colin Maynard on Unsplash
การศึกษาในลิงทำให้รู้ว่า มีกลุ่มเซลล์ประสาทจำเพาะที่รับผิดชอบเรื่องการจ้องตากันเลยทีเดียว แม้ในคนจะยังไม่พบ แต่ก็เดากันว่าน่าจะมีอยู่คล้ายกัน
เซลล์สมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ทำงานด้วยความละเอียดอ่อนมาก การจ้องตากันตรงๆ จะทำให้เกิดความรู้สึกจำเพาะ และการเบนสายตาผิดไปแค่ไม่กี่องศาก็พอจะทำให้ความรู้สึกดังกล่าวหดหายไปได้แล้ว
สมองส่วนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการมองมีอยู่อย่างน้อย 10 บริเวณของสมองคน และอาจจะมากกว่านั้นอีก โดยส่วนหลักที่คอยควบคุมเรียกว่า วิชวลคอร์เทกซ์ (visual cortex) ซึ่งมีขนาดใหญ่และอยู่ที่สมองส่วนหลัง
แต่สมองส่วนอะมิกดาลา (amygdala) ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปและเกี่ยวข้องกับอารมณ์ความรู้สึกและรับผิดชอบเกี่ยวกับการรับมือภัยคุกคาม ก็มีความเกี่ยวข้องกับการจ้องมองด้วย
หากคนที่เราจ้องมองอยู่ ปุบปับเปลี่ยนไปจ้องมองอะไรอย่างอื่นสักอย่าง ร่างกายของเราจะบังคับให้เรามองตามในทันที แสดงให้เห็นถึงปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อความอยู่รอดตามธรรมชาติ
นอกจากนี้ ยังสำคัญสำหรับการสร้างความร่วมมือและการเข้าสังคมอีกด้วย งานวิจัยในระยะหลังๆ มานี้ ยังชี้ให้เห็นอีกด้วยว่า การจ้องตาตรงๆ ช่วยทำให้เกิดความรู้สึกดึงดูดใจและสร้างความเชื่อถือต่อกันให้มีมากขึ้นอีกด้วย
เรียกว่าตานี่เป็น “ประตูใจ” จริงๆ ไม่ได้เป็นแค่คำเปรียบเทียบเท่านั้น
"ความลับของดวงตามนุษย์"
ความแตกต่างมากที่สุดของดวงตามนุษย์กับสัตว์อื่นคือ เรามีส่วนตาขาวที่อยู่ล้อมรอบรูม่านตาที่ใหญ่เกินกว่าของสัตว์อื่นใด ในสัตว์ส่วนใหญ่รูม่านตามักจะใหญ่จนครอบคลุมพื้นที่ดวงตาส่วนใหญ่ หรือไม่ก็มีส่วนที่เทียบเท่ากับตาขาวของเราด้วย แต่ส่วนนี้ก็มักมีสีเข้มกว่ามาก
Photo by Francesco on Unsplash
วิธีการนี้ช่วยพรางไม่ให้สัตว์นักล่าเห็นดวงตาของมันได้ง่ายนัก
แต่การมีตาขาวที่ใหญ่มีประโยชน์อะไรสำหรับมนุษย์ จนถึงกับต้องแลกเปลี่ยนกับความปลอดภัยจากสัตว์นักล่า?
Photo by jean wimmerlin on Unsplash
การมีตาขาวขนาดใหญ่ทำให้เราเห็นทิศทางที่คนอื่นมองอยู่ได้ง่ายขึ้นครับ แม้แต่ไม่จำเป็นต้องจ้องตาตรงๆ แค่เหลือบมองก็พอจะระบุทิศทางได้คร่าวๆ
แต่แน่นอนว่าย่อมไม่เที่ยงตรงเท่ากับจ้องมองตรงๆ
อันที่จริงมีการทดลองที่แสดงว่า เราสามารถแยกแยะได้ว่า คนๆ นั้นจ้องเราอยู่หรือไม่ได้ถึงระดับความแตกต่างแค่ 4 องศา เทียบกับจุดกึ่งกลางการมอง ซึ่ง...แคบมาก!
เรายังสามารถระบุทิศทางการมองว่าจ้องเราอยู่หรือไม่ โดยดูได้จากตำแหน่งของศีรษะ รวมถึงทิศทางของตัวคนๆ นั้น แต่อันนี้จะคร่าวมากสักหน่อย และหากไม่แน่ใจสมองเราก็จะตีความไว้ก่อนว่า คนๆ นั้นจ้องเราอยู่
การตีความแบบนี้มีข้อดีคือ ทำให้เราตื่นตัว แต่ก็ทำให้เครียดได้ง่ายๆ เหมือนกัน
"ยังไงก็มีคนจ้องอยู่แน่?"
การทดลองใน ค.ศ. 2013 [Current Biology. DOI:
https://doi.org/10.1016/j.cub.2013.03.030
] แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า สมองของเราทำงานโดยคิดไว้เสมอว่า หากเราไม่เห็นตัว ให้คิดไว้เสมอว่าคนผู้นั้นกำลังจ้องมองเราอยู่
การตีความของสมองแบบนี้ เกิดขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องมีหลักฐานใดๆ มาสนับสนุนทั้งสิ้น
การที่เป็นเช่นนี้เพราะ วิวัฒนาการให้น้ำหนักมากกับสิ่งที่อาจจะเป็นพิษภัยหรือเป็นอันตรายกับเรา การตีความไว้ก่อนว่ามีคนกำลังจ้องอยู่และเราอาจกำลังจะตกอยู่ในอันตราย จึงเป็นกลยุทธ์ที่ปลอดภัยและคุ้มค่ากว่า แม้ว่าจะเป็นการตีความที่ผิดพลาดก็ตาม
การหันแล้วเจอว่ามีคนจ้องมองเราอยู่ อาจจะเป็นแค่เรื่องบังเอิญ หรือเพราะการหันของเรากระตุ้นให้คนอื่นหันมามองเรา ก็เป็นไปได้เช่นกัน เรียกว่าเป็นคำทำนายที่ตัวคำทำนายทำให้เกิดผลลัพธ์แบบนั้นเอง (self-fulfilling prophecy)
นอกจากนั้น ปรากฏการณ์นี้ยังอาจเกิดจากอคติแบบยืนยันความเชื่อ (confirmation bias) ที่เรามีอยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว กล่าวคือหากหันไปมองแล้วเจอคนจ้องมองเราอยู่ ก็จะตอกย้ำความเชื่อ ในขณะที่หากหันไปมองแล้วไม่เจอใครจ้องมองอยู่ เรากลับไม่ให้ความสำคัญและไม่จดจำเรื่องดังกล่าวเอาไว้
เราจึงรู้สึกเอนเอียงไปในทางว่า หันไปมองทีไรก็มีคนจ้องมองเราอยู่จริงๆ ทั้งที่ความจริงคือ ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย
กล่าวโดยสรุปก็คือ ความรู้สึกว่ามีคนจ้องมองเราอยู่นั้น เป็นผลจากวิวัฒนาการที่เกี่ยวข้องกับการมองและสมองของเรา แต่ไม่ได้มีความแม่นยำเป็นพิเศษแต่อย่างใดทั้งสิ้น.
คนมอง
จ้อง
รู้สึก
1 บันทึก
3
2
1
3
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 VoxPop
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ VoxPop
VoxPop เพื่อธุรกิจ
ไทย
Stay informed with global news and analysis
Discover trending videos and creator content
Link Terkait
Discover trending videos and creator content
Listen to popular podcasts and audio shows
Listen to popular podcasts and audio shows
Explore independent publishing and community storytelling
Catch up on entertainment news and reviews