VoxPop Logo
VoxPop Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
อาจวรงค์ จันทมาศ
•
ติดตาม
1 มิ.ย. 2023 เวลา 01:42 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
ข่าวใหญ่ในฟิสิกส์ดาราศาสตร์ วงแหวนไอน์สไตน์ไขปริศนาสสารมืด
(เรียบเรียงโดย สัมโมทิก สวิชญาน)
ไม่นานนี้ ทีมนักฟิสิกส์วิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายปรากฏการณ์ “วงแหวนไอน์สไตน์” แล้วพบว่า “สสารมืด” มีโอกาสที่จะเป็นอนุภาคแบบ “axion”(อ่านว่า ”แอกซิออน”) มากกว่าความเป็นไปได้แบบอื่นๆ ที่มีการสันนิษฐานกันกันเอาไว้
1
ทฤษฎีสำคัญประการหนึ่งเกี่ยวกับเอกภพของเราคือ มวลปริมาณมากของเอกภพเป็นสสารที่มองไม่เห็นและยังไม่สามารถหาเครื่องมือมาตรวจจับได้โดยตรง เรียกว่า “สสารมืด” (dark matter) แต่นักฟิสิกส์ก็รู้ว่ามวลส่วนนี้นั้นมีอยู่จริงแน่ๆ เพราะสังเกตจากการหมุนของกาแล็กซีหรือกระจุกกาแล็กซี แล้วพบว่ามวลส่วนที่มองเห็นได้นั้นได้รับอิทธิพลแรงโน้มถ่วงจากมวลที่มองไม่เห็น
ที่มา : Wikipedia
สสารทั่วไปประกอบขึ้นมาจากอนุภาคมูลฐาน อย่างเช่นตัวเราหรือสรรพสิ่งทุกอย่างที่เราจับต้องได้ ประกอบขึ้นมาจากอนุภาคมูลฐานอย่างเช่นควาร์กและอิเล็กตรอน สสารมืดนั้นก็ต้องประกอบขึ้นมาจากอนุภาคมูลฐานสักอย่างที่เรายังไม่รู้ว่าคืออะไร แต่นักฟิสิกส์ก็มีสมมุติฐานอยู่จำนวนหนึ่งว่ามันอาจเป็นอะไรได้บ้าง
หนึ่งในวิธีที่จะไปเช็กได้ว่าสมมุติฐานอันไหนถูก ก็คือ ไปดูว่ามีปรากฏการณ์ที่สอดคล้องว่าสสารมืดเป็นอนุภาคแบบไหน จากนั้นก็ไปหาวิธีสังเกตปรากฏการณ์ดังกล่าว แล้วรวบรวมข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อ “ตัดชอยส์” หรือจัดลำดับว่าสมมุติฐานอันไหนมีแววถูกมากถูกน้อย
หนึ่งในปรากฏการณ์ที่เอามาช่วย “ตัดชอยส์” สมมุติฐานเรื่องชนิดอนุภาคมูลฐานสสารมืดคือ “วงแหวนไอน์สไตน์”
ที่มา : Wikipedia
ความสามารถอย่างหนึ่งของ “มวล” คือ ทำให้เรขาคณิตของกาลอวกาศบิดเบี้ยว ยิ่งมวลเยอะ กาลอวกาศก็ยิ่งเบี้ยวเยอะ เมื่อแสงที่ปกติเดินทางเป็นเส้นตรง วิ่งผ่านบริเวณที่เรขาคณิตบิดเบี้ยว เราดูแล้วจะเห็นเหมือนกับว่าแสงเดินทางเป็นเส้นโค้ง ถ้าบริเวณที่แสงวิ่งผ่านมีวัตถุที่มีมวลมาก วัตถุนั้นก็จะทำตัวเหมือนเป็น “เลนส์” ที่ทำให้ภาพกาแล็กซีที่ส่องเห็นมีความบิดเบี้ยว หรือมีภาพซ้ำหลาย copy เป็นต้น
ถ้าตำแหน่งผู้สังเกตบนโลก เลนส์ และกาแล็กซีหลังเลนส์ เรียงกันแบบประจวบเหมาะ(ดั่งบุพเพสันนิวาส) ความเบี้ยวก็จะเบี้ยวเป็นวงแหวนรอบวัตถุที่ทำตัวเป็นเลนส์ เกิดเป็นปรากฏการณ์สวยงามที่นักฟิสิกส์ตั้งชื่อว่า “วงแหวนไอน์สไตน์”
2
วงแหวนไอน์สไตน์ที่มีรูปทรงคล้ายเกือกม้า ปรากฏขึ้นที่กาแล็กซี LRG 3-757 ที่มา : NASA
แต่ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้สวยงามอย่างเดียวเพราะ ล่าสุด คณะนักดาราศาสตร์ฟิสิกส์ที่นำโดย Alfred Amruth นักศึกษาปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยฮ่องกง พบว่าภาพความบิดเบี้ยวจาก “เควซาร์” ชื่อ HS 0810+2554 มีเบาะแสที่ใบ้ว่า เลนส์ที่บังอยู่ ประกอบไปด้วยสสารมืดแบบใด
1
อนุภาคมูลฐานที่คาดว่าเป็นสสารมืดมีอยู่ 2 ตัวหลักๆ
- ตัวหนึ่งเรียกว่า “WIMP”
-อีกตัวหนึ่งเรียกว่า “axion”
WIMP เป็นชื่อที่แอบตลกนิดหนึ่ง เพราะแปลว่า คนอ่อนแอขี้ขลาดในภาษาอังกฤษ แต่ในที่นี้ย่อมาจาก weakly interacting massive particle หรือ “อนุภาคมวลเยอะ ที่ไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับใครเท่าไร” ที่นักฟิสิกส์ตั้งชื่อแบบนี้เพราะนักฟิสิกส์ก็ยังไม่รู้ว่าอนุภาคนี้คืออะไร รู้แต่ว่าต้องมีมวลมากสักหน่อยเมื่อเทียบกับอนุภาคมูลฐานอื่นๆ และมีปฏิสัมพันธ์กับสสารปกติแบบเบาบางเท่านั้น เพราะถ้าไม่เบาบาง เราก็ต้องสร้างเครื่องมือตรวจจับได้ง่ายๆไปแล้ว
ส่วน axion เป็นอนุภาคมูลฐานชนิดหนึ่งที่มีนักฟิสิกส์เคยเสนอไว้ในปี ค.ศ. 1977 เนื่องจากมีความเป็นไปได้ในเชิงทฤษฎี แต่ผ่านมาจนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่มีการทดลองใดที่ค้นพบเจอ ชื่ออนุภาคนี้มีเกร็ดประวัติศาสตร์ที่แอบตลกเช่นกันคือ ตั้งโดยแฟรงค์ วิลเช็ก (Frank Wilczek) นักฟิสิกส์รางวัลโนเบล ตามชื่อผงซักฟอกยี่ห้อ Axion (อ่านว่า “แอกชั่น” เหมือน action)
2
วงแหวนไอน์สไตน์ที่เกิดจากเควซาร์ HS 0810+2554 ที่มา : Phys.org
คณะนักวิจัยจำลองปรากฏการณ์วงแหวนไอน์สไตน์แล้วพบว่า ถ้าเลนส์ประกอบด้วยสสารมืดที่เป็นอนุภาพ WIMP ภาพเควซาร์ที่กลายมาเป็นวงแหวนไอน์สไตน์ จะดูสว่างเรียบเนียนสม่ำเสมอ ในขณะที่ถ้าเลนส์เป็น axion ภาพเควซาร์จะมีความสว่างขึ้นๆ ลงๆ ไม่สม่ำเสมอ และเมื่อไปเช็กกับภาพจริง ที่มีการค้นพบมาก่อนหน้าว่าเป็นวงแหวนไอน์สไตน์ที่เกิดจากเควซาร์ HS 0810+2554 ก็พบว่า ลักษณะความสว่างเป็นแบบหลัง
1
ดังนั้น เป็นไปได้ว่า สสารมืดน่าจะเป็น axion มากกว่า WIMP
กองเชียร์ฝั่ง axion ก็เลยได้เฮกันใหญ่ แต่ที่สำคัญที่สุดคือ การค้นพบนี้จุดประกายให้นักดาราศาสตร์ฟิสิกส์ไปศึกษาลักษณะความสว่างของวัตถุอื่นๆ ต่อไป (เช่น ซูเปอร์โนวา) เพื่อดูว่าเวลาที่โชคดีส่องเห็นเป็นวงแหวนไอน์สไตน์แล้ว จะกลายมาเป็นหลักฐานสนับสนุน axion เช่นเดียวกันหรือไม่ หรือจริงๆ แล้วอาจจะเป็น axion ผสม WIMP ก็ได้ ทั้งนี้ก็ต้องติดตามงานวิจัยกันต่อไป
อ้างอิง
https://phys.org/news/2023-04-einstein-distant-galaxies-closer-dark.html
บทความวิจัย :
https://doi.org/10.1038/s41550-023-01943-9
ภาพเควซาร์ HS 0810+2554 (ขวาบน) :
https://hubblesite.org/contents/media/images/2020/05/4614-Image
10 บันทึก
23
6
10
23
6
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 VoxPop
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ VoxPop
VoxPop เพื่อธุรกิจ
ไทย
Stay informed with global news and analysis
Discover trending videos and creator content
Link Terkait
Discover trending videos and creator content
Listen to popular podcasts and audio shows
Listen to popular podcasts and audio shows
Explore independent publishing and community storytelling
Catch up on entertainment news and reviews