VoxPop Logo
VoxPop Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
TTW Public Company Limited
•
ติดตาม
4 ก.ย. 2023 เวลา 08:56 • หุ้น & เศรษฐกิจ
“อัตราส่วนกำไรขั้นต้น” บอกอะไรเรา?
“อัตราส่วนกำไรขั้นต้น” เป็นอัตราส่วนทางการเงินที่ใช้ในการพิจารณาหุ้น บริษัท หรือธุรกิจนั้นๆ ด้วยการเปรียบเทียบ "กำไรขั้นต้น" กับ "รายได้" ซึ่งตัวเลขนี้สามารถบอกอะไรได้หลายอย่าง
เช่น ธุรกิจนั้นมีความสามารถในการตั้งราคาสินค้า (Pricing Power) หรือไม่ โดยอัตราส่วนนี้ยิ่งสูงยิ่งดี และต้องมีความสม่ำเสมอ จึงควรดูตัวเลขเปรียบเทียบย้อนหลังหลายๆ ปี
เพราะมีความเป็นไปได้ว่าอาจมีปัจจัยชั่วคราวเกิดขึ้น เช่น ราคาน้ำมันเพิ่มสูงในช่วงเกิดสงคราม, เกิดโรคระบาด, น้ำท่วม, ข้าวของซึ่งเป็นวัตถุดิบแพงขึ้น/ถูกลง เป็นต้น
ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น/ลดลง ส่งผลให้อัตราส่วนเปลี่ยนแปลงจากค่าเฉลี่ยไปมาก จึงควรจะต้องดูข้อมูลเปรียบเทียบย้อนหลังหลายๆ ปีว่าธุรกิจนั้นสามารถรักษาระดับตัวเลขนี้ไว้ได้ดีหรือไม่
สูตรในการคำนวณหา "อัตราส่วนกำไรขั้นต้น" (Gross Profit Margin: GPM)
= (รายได้ – ต้นทุนขาย) x 100 / รายได้
## ตัวอย่าง ##
เช่น บริษัท A มีรายได้ 1,000 บาท มีตั้นทุนขาย 700 บาท จะมีอัตราส่วนกำไรขั้นต้นเท่าไร?
(1,000 - 700) x 100 / 1,000
= 30%
จากการคำนวณจะเห็นว่าบริษัท A ทำกำไรได้ดี โดยมีอัตราส่วนกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 30% หรือขายของ 100 บาท มีกำไรขั้นต้น 30 บาทนั้นเอง
## อัตราส่วนนี้บอกอะไรเรา? ##
Credit: Pixabay
อย่างแรกเลยคือ (1) บริษัท/ธุรกิจสามารถทำกำไรได้ดีจากการควบคุมต้นทุนการผลิต (ลงทุนน้อย แต่ได้ผลกำไรมาก) หรือไม่?
ต่อมา (2) บริษัท/ธุรกิจมีความสามารถในการตั้ง/ปรับราคาขายสินค้าสู้กับคู่แข่งในอุตสาหกรรมมากน้อยเพียงใด?
และ (3) บริษัท/ธุรกิจมีอำนาจต่อรองกับซัพพลายเออร์สูง เพื่อลดต้นทุนสินค้า/บริการลง?
เพราะถ้าทำทั้ง 3 ข้อได้ดี ตัวเลขอัตราส่วนที่ออกมาก็จะสูงตามไปด้วย
## อัตราส่วนกำไรขั้นต้นกับ “ทฤษฎี 5 Forces Model” ##
"ทฤษฎี 5 Forces Model" ซึ่งถือเป็นสุดยอดเครื่องมือวิเคราะห์ "การแข่งขันธุรกิจ" ซึ่งเมื่อนำเครื่องมือนี้มาใช้วิเคราะห์ร่วมกันกับอัตราส่วนกำไรขั้นต้น ก็จะทำให้เรามองภาพธุรกิจได้รอบด้าน และมประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
(1) การแข่งขันภายในอุตสาหกรรมเดียวกัน (Industry Rivalry):
จำนวนคู่แข่งที่มาก ทำให้ขายสินค้า/บริการได้ยาก จึงควรพิจารณาจำนวนคู่แข่ง และอัตราการเติบโตของอุตสาหกรรมนั้นๆ เพื่อเตรียมพร้อม และวางกลยุทธ์ให้ดี
(2) อำนาจต่อรองของลูกค้า (Bargaining Power of Customers):
ควรตระหนักว่าลูกค้ามีอำนาจต่อรองเสมอท่ามกลางสมรภูมิในอุตสาหกรรมที่ดุเดือด เช่น อยากให้ ลด แลก แจก แถม ฯลฯ โดยเฉพาะลูกค้ารายใหญ่/VIP
(3) อำนาจต่อรองของซัพพลายเออร์ (Power of Suppliers):
หากซัพพลายเออร์ที่ส่งวัตถุดิบให้เรามีน้อยราย จึงต้องซื้อหามาในราคาสูงจะส่งผลให้ต้นทุนผลิตสูงตาม ถือเป็นสถานการณ์ที่ควรวางแผน และพิจารณาให้รอบคอบ
Credit: Pixabay
(4) ภัยคุกคามจากผู้แข่งขันรายใหม่ (Threat of New Entrants):
ผู้ประกอบการหน้าใหม่มักมองเห็นช่องทางทำกำไรไม่ต่างจากเรา ยิ่งคู่แข่งมากขึ้น ส่วนแบ่งทางการตลาด (Market Share) ที่เคยได้รับจะลดน้อยลง ธุรกิจใหญ่ๆ อาจไม่กระทบมากเพราะกำลังการผลิตสูง ต้นทุนวัตถุดิบต่ำ แต่รายเล็กๆ ต้องตั้งหลักให้ดี
(5) ภัยคุกคามจากสินค้าทดแทน (Threat of Substitutes):
สินค้าแต่ละชนิดอาจจะมีบางฟังก์ชันที่ทดแทนกันได้ จะโดยทางตรง/ทางอ้อมก็ตาม แต่ก็ไม่ใช้ทั้งหมด จึงควรให้ความสำคัญกับการพัฒนา และมองหาโอกาสอยู่เสมอ
5 Forces Model เป็นทฤษฎีของ Michael E. Porter ที่ปัจจุบันมีการเพิ่มแรงกดดันที่ 6 คือ “สินค้าที่ต้องใช้ร่วมกัน” (Complementary Products) เพื่อปรับให้เข้ากับโลกธุรกิจและเทคโนโลยีในการประเมินการเปลี่ยนแปลงต่างๆ
โดยพิจารณาจากผู้เข้ามาในตลาดรายใหม่ และพิจารณาว่าสิ่งเหล่านี้สามารถทำหน้าที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ควบคู่กันหรือทดแทนในระยะยาวได้หรือไม่
เช่น รถยนต์กับน้ำมันต้องใช้ร่วมกัน หากน้ำมันราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ ความต้องการน้ำมันลดลง แนวโน้มการซื้อรถใหม่ก็ต่ำลงไปด้วย กลับกันหากน้ำมันถูกลง ความต้องการซื้อรถก็ควรจะเพิ่มขึ้นเช่นกัน
หรือแม้แต่กรณีการมาของ EV (Electric Vehicle) หรือรถยนต์ไฟฟ้าก็เป็นอีกปัจจัยที่ต้องพิจารณา เพื่อวิเคราะห์จุดแข็ง/จุดอ่อนของการแข่งขันทางธุรกิจเพิ่มเติมเข้าไปด้วย เป็นต้น
Credit: Pixabay
ท้ายที่สุดแล้ว "อัตราส่วนกำไรขั้นต้น" เป็นเพียงตัวเลขที่วิเคราะห์ออกมาเพียงระดับขั้นต้นตามชื่อของมันเท่านั้น เพราะกว่าจะไปถึงบรรทัดสุดท้ายของงบการเงินหรือกำไรสุทธิ
ก็จะมีปัจจัยที่ทำให้ผลการวิเคราะห์เปลี่ยนแปลงไปอีกมากมาย เช่น ส่วนแบ่งกำไร (ขาดทุน) จากการลงทุนในบริษัทร่วม/บริษัทย่อย, ต้นทุนทางการเงิน, ภาษีเงินได้ เป็นต้น
การวิเคราะห์ข้อมูลของบริษัท/ธุรกิจ จึงต้องอาศัยข้อมูลในหลากหลายมิติ และการวิเคราะห์ในหลายแง่มุมจากปัจจัยต่างๆ ทั้งนี้ ก็เพื่อให้เกิดความคลาดเคลื่อนน้อยที่สุดนั่นเอง
Ref:
- SETinvestnow, ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
-
https://bluebik.com/th/blogs/4881
## ติดตาม "ทีทีดับบลิว" ได้แล้ววันนี้ทาง ##
Website:
www.ttwplc.com
Facebook: ttwplc
Instagram: ttwplc
Youtube: TTW Plc Channel
Linkedin: TTW Public Company Limited
VoxPop: TTW Public Company Limited
หุ้น
งบการเงิน
บันทึก
2
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ทำความรู้จักกับ...
เดี๋ยวรู้เรื่อง...การลงทุน!
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 VoxPop
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ VoxPop
VoxPop เพื่อธุรกิจ
ไทย
Stay informed with global news and analysis
Discover trending videos and creator content
Link Terkait
Discover trending videos and creator content
Listen to popular podcasts and audio shows
Listen to popular podcasts and audio shows
Explore independent publishing and community storytelling
Catch up on entertainment news and reviews