VoxPop Logo
VoxPop Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Salaryman ติดปีก
•
ติดตาม
2 มิ.ย. 2024 เวลา 14:13 • ประวัติศาสตร์
5 ลักษณะของเด็กยุค 90 ที่คนสมัยนี้อาจไม่เข้าใจ (ว่าทำไปเพื่อ!)
.
ผมเติบโตมาในยุค 90 ตอนผมยังเป็นเด็ก ผมมองไปที่รุ่นพ่อแม่ มีอะไรหลายอย่างมากที่ดูแล้วไม่สมเหตุสมผล และไม่เข้าใจว่าพวกเค้าทำมันไปเพื่ออะไร ทำไมพวกเค้าถึงได้ดูมีความสุขกับอะไรที่เราดูแล้วไม่เข้าใจว่ามันมีความสุขยังไง… จนมาถึงปัจจุบัน สถานการณ์เดียวกันก็เกิดขึ้น แตกต่างกันที่สลับตำแหน่งกัน! ยุค 90 กลายเป็นยุคเก่า คนสมัยใหม่เริ่มไม่เข้าใจแล้วว่า สิ่งที่เด็กยุค 90 ทำ ทำไปเพื่ออะไร
.
1
ผมเลยขอยก “5 ลักษณะของเด็กยุค 90 ที่คนสมัยนี้อาจไม่เข้าใจ (ว่าทำไปเพื่อ!)” มาเขียนไว้ในบทความฉบับนี้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเชื่อมโยงความเข้าใจของคนแต่ละ Generation ครับ
.
1. เด็กยุค 90 จำเบอร์โทรศัพท์ยาวๆ ของเพื่อนได้หมด
.
1
ผมคุยกับน้องๆ สมัยนี้ พวกเค้าโคตรทึ่งและไม่เข้าใจว่าทำไมคนสมัยก่อนถึงสามารถจำเบอร์โทรศัพท์บ้านของเพื่อนได้เกือบหมดทุกคน สมัยนี้ขนาดเบอร์ตัวเองเบอร์เดียว ยังจำยากเลย
.
คำตอบคือ มนุษย์ปรับตัวเก่งจนน่าทึ่งครับ
.
สมัยยุค 90 ไม่มีสมาร์ทโฟนครับ ไม่มีอะไรช่วยเราจำทั้งสิ้น มีแค่สมุดจดที่จดแล้วก็ชอบหาย ไม่ก็เดินตากฝนจนกระดาษที่เราจดไว้เละจนอ่านไม่ออก เพราะฉะนั้นเด็กยุคนั้นเลือกได้แค่ว่า ถ้าอยากใช้โทรศัพท์ ก็ต้องจำเบอร์คนที่เราจะติดต่อให้ได้ หรือไม่อย่างงั้นก็จะอดใช้โทรศัพท์ ซึ่งแน่นอนว่าโทรศัพท์สมัยนั้น ถือว่าโคตรของโคตรความสะดวก เมื่อเทียบกับจดหมาย ทำให้เด็กยุค 90 จำเบอร์โทรศัพท์ของเพื่อนได้ทุกคน
.
พอคิดย้อนกลับไป ผมพบว่า มนุษย์เราเนี่ย สุดยอดจริงๆ ปรับตัวจนทุกคนจำเบอร์ทุกคนได้ โดยไม่เกี่ยงเลยว่าเราจะเป็นคนความจำดีหรือเปล่า
.
2. เด็กยุค 90 ส่วนใหญ่ ไม่เคยขึ้นเครื่องบินจนโต
.
2
สมัยนั้นไม่มี Low cost Airline นะครับ บ้านเกิดผมอยู่หาดใหญ่ ผมยังจำได้ดีว่าการได้ขึ้นเครื่องบินมากรุงเทพฯ ดูเหมือนเป็นความฝันอันห่างไกล ค่าตั๋วเครื่องบิน 4000-5000 บาท ซึ่งเป็นเงินที่เลี้ยงคนทั่วไปได้ทั้งครอบครัวได้ทั้งเดือนในสมัยนั้น ไม่มีใครบินนอกจากครอบครัวที่มีฐานะดีจริงๆ คนชั้นกลางก็ยังไม่บิน
.
ยิ่งไปกว่านั้น ชีวิตสมัยนั้นไม่ได้เร่งรีบ การนั่งรถไฟครึ่งวันจึงเป็นเรื่องปกติ
.
เมื่อมองจากสายตาของคนยุคนั้น ไม่แปลกเลยครับที่คนเกินครึ่งประเทศจะไม่เคยขึ้นเครื่องบิน หลายคนเพิ่งเคยขึ้นเครื่องบินครั้งแรกตอนหลังจากปี 2010 ซึ่งพวกเค้าก็อายุเกิน 20 กันแล้ว
.
3. เด็กยุค 90 จดจ่อกับการดูละครไทยหลังข่าว
.
1
สมัยนั้นละครไทยหลังข่าวช่วงสองทุ่มครึ่งเนี่ย ถือเป็นความบันเทิงลำดับต้นๆ ของชีวิตเลยครับ
.
ลองจินตนาการนะครับ ในยุคนั้น Smart phone ยังไม่มี Youtube ไม่ต้องพูดถึง ไม่ต้องใช้เวลาในการไถ Feed Social media ไม่มีซีรี่เกาหลี ไม่มี Net Flix แม้แต่อินเตอร์เนตก็ยังช้าและแพงมาก ไม่สามารถโหลดอะไรจากอินเตอร์เนตมาดูได้
.
อยากดูหนังต้องเดินไปโรงหนัง หรือร้านเช่าวีดีโอวันละ 10 บาทต่อม้วน ซึ่งถือว่าแพงมาก ถ้าอยากดูบอลต้องไปที่ร้านเท่านั้น เพราะการมีบอลดูที่บ้านถือเป็นเรื่องของคนมีฐานะเท่านั้น รวมไปถึงห้างสรรพสินค้าที่พอมีอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้มีอะไรให้ทำในห้างเยอะเหมือนในปัจจุบัน ไปซื้อของแล้วก็กลับ นอกจากนั้นแล้ว สมัยนั้นการเดินนอกบ้านมืดๆ หลัง 3 ทุ่ม ยังเป็นอะไรที่ไม่ปลอดภัยนัก เดินไปไหนไม่ได้
.
ในโลกแบบนั้น ละครไทยหลังข่าว ดูฟรี แถมมักเป็น Talk of the town ในวันรุ่งขึ้นเนี่ย ถือเป็นสวรรค์ครับ ไม่แปลกเลยครับที่เด็กยุค 90 จะชินกับการดูละครหลังข่าว และมีความรู้สึกผูกพันธ์กับดารายุค 90 เป็นอย่างมาก
.
4. เด็กยุค 90 ชอบฟังเพลงยุค 90 และชอบทำอะไรก็ตามที่มันพาเรากลับไปสู่โลกยุค 90
.
1
นอกจากความรู้สึกผูกพันธ์ที่เรามีกับดาราแล้ว ยังมีอีกเหตุผลที่คนยุค 90 ซึ่งอายุประมาณ 40 สมัยนี้จะชอบฟังเพลงยุค 90 และชอบทำอะไรก็ตามที่มันพาเรากลับไปสู่โลกยุค 90 นั่นก็คือ “ความโหยหาชีวิตก่อนที่ยุค Digital จะมาถึง” ครับ
.
เด็กยุค 90 เป็นเด็กที่ใช้ชีวิต 15 ถึง 20 ปีแรก ในโลกที่ยังไม่มี Digital และใช้ชีวิตอยู่บนโลก Digital หลังจากพวกเค้าก้าวเข้าสู่วัยรุ่นเป็นต้นมา ทำให้พวกเค้ารู้จักโลกทั้งสองแบบ
.
ไม่ใช่ว่าพวกเค้าไม่ชอบโลก Digital ในแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน แต่มันมีความ “หวนหา” ชีวิตที่เรียบง่าย เงียบสงบ และแสนจะธรรมดาของโลกที่พวกเค้าเกิดและเติบโตขึ้นมา.. ความเรียบง่าย ที่มาพร้อมความสุขอย่างบอกไม่ถูก ที่คนที่ไม่ได้เกิดมาในยุคนั้นยากจะเข้าใจ นี่ล่ะครับ เป็นสิ่งที่ทำให้เด็กยุค 90 โหยหา ไม่แปลกเลย ที่กิจกรรมอะไรก็ตาม ที่พาผู้คนย้อนไปยังยุค 90 จะกลายเป็นกิจกรรมที่มีเด็กยุค 90 เข้าร่วมกันอย่างล้นหลาม
.
5. เด็กยุค 90 เคยชินกับการรอคอย
.
1
อยากใช้โทรศัพท์ก็ต้องรอนะครับ เพราะทั้งบ้านมีโทรศัพท์สายเดียว
อยากคุยกับใครก็ต้องรอนะครับ ไม่มีใครมีโทรศัพท์มือถือ
อยากคุยกับคนต่างประเทศ ต้องต่อแถวที่ร้านนะครับ โทรศัพท์ที่บ้านโทรต่างประเทศไม่ได้
อยากดูดาราที่ชอบก็ต้องรอนะครับ เพราะละครหลังข่าวที่ชอบจะมาแค่อาทิตย์ละครั้ง
อยากเล่นเกม ต้องรอเก็บเงินครับ เครื่องเกมแพงมาก ไม่ใช่อะไรที่จะได้มาง่ายๆ
อยากสมัครอะไรต้องรอจดหมายตอบกลับครับ ไม่มีอีเมลล์ ไม่มีช่องทางแชทเพื่อติดต่อ
อยากนัดเจอเพื่อนต้องรอนะครับ ทำได้แค่นัดเวลา และยืนรอด้วยความเชื่อว่ามันจะมาตามนัด
อยากกินอะไร ต้องรอครับ อาหารดีๆ หายาก แค่ KFC ก็ต้องรอกินในวันพิเศษเท่านั้น
.
จำได้ไหมว่าการรอคอยเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของเราในยุค 90? ทำทุกอย่างต้องรอ ไม่มีอะไรเร็ว บ่นใครก็ไม่ได้ เพราะรุ่นพ่อแม่เรารอมากกว่านั้นซะอีก
.
1
แต่เมื่อมองกลับไปจากตอนนี้ ผมกลับพบว่า “การรอคอยเป็นความสวยงามอย่างหนึ่ง” มันทำให้เรารู้ว่าอะไรมีค่า และสอนให้เรารู้จักอดทนเพื่อให้ได้อะไรซักอย่างมาก
.
1
ทั้ง 5 อย่างที่ผมพูดถึงในบทความนี้เป็นแค่ตัวอย่างนะครับ มันแสดงถึงคุณค่าของความทรงจำที่ไม่เคยจางหาย ถ้าคุณมีเรื่องราวในยุค 90 ที่อยากแบ่งปัน อย่าลืมเล่าให้ฟังในคอมเม้นนะครับ 🙂
1
#Salarymanติดปีก
▃▃▃▃▃▃▃▃
หากคุณเป็นนักลงทุน ที่ทำควบคู่งานประจำ
หรือชอบเนื้อหาของ Salaryman ติดปีก
ฝากกดไลค์
กดแชร์
กดติดตาม
เพื่อเป็นกำลังใจให้กับเรา
และจะได้ไม่พลาดเนื้อหาใหม่ๆ ของเรา ด้วยนะครับ
▃▃▃▃▃▃▃▃
พัฒนาตัวเอง
ความรู้รอบตัว
ประวัติศาสตร์
6 บันทึก
38
9
22
6
38
9
22
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 VoxPop
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ VoxPop
VoxPop เพื่อธุรกิจ
ไทย
Stay informed with global news and analysis
Discover trending videos and creator content
Link Terkait
Discover trending videos and creator content
Listen to popular podcasts and audio shows
Listen to popular podcasts and audio shows
Explore independent publishing and community storytelling
Catch up on entertainment news and reviews