19 เม.ย. เวลา 13:46 • ธุรกิจ

สรุปข่าวใหญ่ ซีพี โยก 3 บริษัทออกจาก CPALL กรรมการอิสระไม่เห็นด้วย

ข่าวใหญ่วงการตลาดทุนวันนี้ ซีพีจะโยก 3 บริษัทสำคัญ จาก CPALL ไปรวมกับธุรกิจ Virtual Bank ที่เป็นของเครือซีพีอีกบริษัทหนึ่ง
การโยกย้ายในครั้งนี้ เป็นครั้งสำคัญที่เราได้เห็นการทำหน้าที่ของกรรมการอิสระของ CPALL โดยกรรมการอิสระมีมติไม่เห็นด้วย
1
แต่เมื่อมองเข้าไปลึก ๆ ลงทุนแมนกลับมองเห็นว่า ดีลนี้มีอะไรที่มากกว่าแค่เรื่องโยกธุรกิจไป Virtual Bank
เพราะมีกิจการระดับแสนล้านบาทกำลังถูกเสนอให้โยกออกจาก CPALL
เรื่องนี้ทำไมลงทุนแมนคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่มากของตลาดทุนไทย
1
และเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นอย่างไร
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง..
1
หากเราพูดถึง "อาณาจักรซีพี" ภาพที่ทุกคนนึกถึงคือโครงสร้างธุรกิจที่เชื่อมต่อกัน
1
เราเข้าร้าน 7-Eleven
ซื้อของกินที่ผลิตจากโรงงาน CPF ในเครือ
จ่ายเงินผ่าน True Money ในเครือ
และสะสมแต้ม All Member ผ่านระบบของเครือ
แต่ในโลกของธุรกิจที่มีมูลค่าแสนล้าน และมีบริษัทอยู่ในตลาดหุ้นที่มีผู้ถือหุ้นรายย่อยมากมาย.. คำว่า เครือเดียวกัน อาจไม่ได้หมายความว่า ต้องเห็นตรงกันเสมอไป..
บริษัท CPALL เป็นเจ้าของกิจการร้าน 7-Eleven และยังถือหุ้นหลายบริษัทที่เกี่ยวข้อง เช่น
ถือหุ้น 100% ในบริษัทเคาน์เตอร์เซอร์วิส บริการชำระบิลในร้าน 7-Eleven
1
ถือหุ้น 100% ในบริษัทไทยสมาร์ทคาร์ด บริการระบบชำระเงินและ All Member
ถือหุ้น 60% ใน ซีพี แอ็กซ์ตร้า (CPAXT) ที่เป็นเจ้าของกิจการ Makro และ Lotus
เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 ที่ผ่านมากรรมการอิสระผู้ไม่มีส่วนได้เสีย ของ CPALL มีมติที่สร้างความประหลาดใจให้กับนักลงทุน
นั่นคือการตัดสินใจ “ไม่เห็นด้วย” ในข้อเสนอของฝ่ายบริหารของบริษัท ที่จะนำ 3 ธุรกิจ ได้แก่ เคาน์เตอร์เซอร์วิส, ไทยสมาร์ทคาร์ด และ CPAXT ย้ายไปอยู่ใต้กลุ่มที่ทำธุรกิจ Virtual Bank หรือธนาคารไร้สาขา ที่กลุ่มซีพีกำลังปลุกปั้น
Virtual Bank คือสมรภูมิใหม่ที่ทุนยักษ์ใหญ่ในไทยกำลังได้ใบอนุญาต แบ่งเป็น 3 กลุ่มคือ
1.กลุ่มซีพี ที่ร่วมมือกับ Ant Group เครืออาลีบาบา
2.กลุ่ม SCBX ที่ร่วมมือกับ Kakao เกาหลี กับ WeBank จีน
3.กลุ่ม KTB ที่ร่วมมือกับ AIS และ OR
2
กลุ่มซีพี ยื่นขออนุญาตในนาม บริษัท เอซีเอ็ม โฮลดิ้ง จำกัด (ACM Holding)
และวันนี้ ดูเหมือนว่ากลุ่มซีพีจะพยายามปรับโครงสร้างภายในเครือ เพื่อผนึกกำลังต่อสู้กับคู่แข่ง
1
โดยให้ 3 บริษัทที่อยู่ภายใต้การถือหุ้นของ CPALL คือ เคาน์เตอร์เซอร์วิส, ไทยสมาร์ทคาร์ด และ CPAXT ย้ายไปอยู่ใต้ ACM Holding
3
ซึ่งการกระทำแบบนี้เข้าข่ายเป็นการทำรายการกับบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน และจะเอาเข้าประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อโหวตอนุมัติในวันศุกร์ที่ 29 พ.ค. นี้
1
โดยทั่วไปแล้ว ถ้าคณะกรรมการทุกท่านเห็นด้วย ก็คงจะไม่มีอะไรเป็นพิเศษ และเสนอให้ผู้ถือหุ้นอนุมัติตามปกติ
แต่คราวนี้กรรมการอิสระของ CPALL มีมติไม่เห็นด้วยกับการกระทำดังกล่าว
ถึงตรงนี้ หลายคนอาจยังสงสัย
ว่ากรรมการอิสระ คืออะไร ?
นิยามของกรรมการอิสระก็คือ กรรมการที่เป็นอิสระจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน
2
ต้องถือหุ้น ไม่เกิน 1% ของบริษัท
ต้องไม่มีส่วนร่วมในการบริหาร
ไม่มีความสัมพันธ์ทางครอบครัวกับ ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่
1
โดยตลาดหลักทรัพย์ กำหนดให้ต้องมีกรรมการอิสระ อย่างน้อย 1 ใน 3 ของกรรมการทั้งหมด และต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน
1
อย่างตอนนี้ CPALL มีกรรมการ 17 คน และมีกรรมการอิสระอยู่ 6 คน
โดยกรรมการอิสระ 6 คนนี้ มีมติไม่เห็นด้วยกับดีลนี้ และให้เหตุผลว่า 3 บริษัทย่อยของ CPALL ที่จะโยกไปนี้ มีบทบาทสำคัญเชื่อมโยงกับธุรกิจหลัก ซึ่งก็คือ ร้าน 7-Eleven
การปรับโครงสร้างดังกล่าว อาจทำให้เกิดข้อจำกัดด้านความคล่องตัว ความซับซ้อนด้านกฎเกณฑ์
นอกจากนั้นอาจส่งผลต่อความเป็นกลางและสัมพันธ์ทางธุรกิจอีกด้วย
1
ลงทุนแมนขอยกตัวอย่าง
หาก 3 บริษัทนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มธุรกิจการเงินของธนาคาร ก็อาจต้องอยู่ภายใต้กฎระเบียบที่เข้มงวดของธนาคารแห่งประเทศไทย
ลองนึกภาพว่า 7-Eleven จะออกแคมเปญใหม่ที่เกี่ยวกับการสะสมแต้ม All Member แทนที่จะทำได้เลยเหมือนเมื่อก่อน อาจจะต้องมารอขออนุมัติยิบย่อยในเกณฑ์ธนาคาร ซึ่งอาจทำให้ความเร็ว ที่เคยเป็นจุดแข็งหายไป
2
เรื่องต่อมาคือ "ความเป็นกลาง"
ปัจจุบันเคาน์เตอร์เซอร์วิสทำหน้าที่เป็น Banking Agent รับฝากถอนให้กับธนาคารเกือบทุกสีในไทย
ถ้าต่อไป เคาน์เตอร์เซอร์วิสกลายเป็น เจ้าของ Virtual Bank เสียเอง.. พันธมิตรธนาคารเดิม จะยังส่งลูกค้ามาฝากเงินที่ 7-Eleven อยู่ไหม ?
1
ในอนาคตกลับกลายเป็นว่า 7-Eleven อาจต้องสนับสนุนธนาคารของเครือซีพีมากกว่ารายอื่น ก็จะส่งผลกระทบต่อรายได้จากธนาคารอื่น ๆ ที่เป็นคู่ค้าเดิม
1
เหมือนอย่างที่ตอนนี้ที่เกิดขึ้นก็คือลูกค้า 7-Eleven จ่ายพร้อมเพย์ไม่ได้ จ่ายได้แต่ True Money ทั้งที่การให้จ่ายด้วยพร้อมเพย์ได้ จะอำนวยความสะดวกลูกค้ามากกว่า
7
ที่น่าสนใจก็คือ CPALL ไม่ได้ถือหุ้น True Money แต่ True Money ถือหุ้นโดยบริษัทอื่นของซีพี
และเรื่องราวเหล่านี้ก็อาจทวีความรุนแรงขึ้น
ถ้าในอนาคต 3 บริษัทดังกล่าวใต้ CPALL ถูกโยกออกไปให้ ACM Holding
2
มาถึงตรงนี้ลงทุนแมนจะฉายภาพให้เห็นมากขึ้น
3
แต่เดิม ลูกค้าจ่ายบิลเคาน์เตอร์เซอร์วิส หรือสะสมแต้ม All Member ใน 7-Eleven แล้ว 2 บริษัทนี้อยู่ภายใต้ CPALL ที่เป็นเจ้าของ 7-Eleven ก็ดูสมเหตุสมผล
แต่สิ่งที่ซีพีกำลังจะทำ คือย้ายธุรกิจจ่ายบิล หรือสะสมแต้ม All Member ออกไปจาก 7-Eleven เข้าไปอยู่ใน ACM Holding
ในมุมผู้ถือหุ้น CPALL ก็คงคิดว่าทำไมต้องเอาออกไป
ในมุมกลุ่มซีพี ก็คงคิดว่า การไปรวมกลุ่มกับกับ Virtual Bank จะช่วยเสริมศักยภาพให้กับภาพรวมของเครือมากกว่า
1
คำถามต่อไปก็คือ.. ถ้าเอา 3 บริษัทนี้ไปให้ ACM Holding แล้ว ACM Holding ให้อะไรตอบแทนกลับมาให้ CPALL ?
ดีลที่เป็นไปได้ถ้าไม่ใช้เงินสด คือการแลกหุ้น
ACM Holding ออกหุ้นใหม่ให้ CPALL แล้ว CPALL มอบหุ้น 3 บริษัทนี้ให้แก่ ACM Holding
คำถามต่อไปก็คือ.. ถ้าแลกเป็นหุ้นใน ACM Holding จะได้สัดส่วนหุ้นเป็นกี่ % ของ ACM Holding
ผลประกอบการล่าสุดของแต่ละบริษัทที่จะโยกไป
เคาน์เตอร์เซอร์วิส ปี 2567 มีรายได้ 3,547 ล้านบาท กำไร 974 ล้านบาท
1
ไทยสมาร์ทคาร์ด ปี 2567 มีรายได้ 337 ล้านบาท กำไร 87 ล้านบาท
CPAXT ปี 2568 มีรายได้ 520,706 ล้านบาท กำไร 9,356 ล้านบาท
1
เริ่มเห็นอะไรไหม ?
2 บริษัทแรกลงทุนแมนเข้าใจ
แต่บริษัท CPAXT เกี่ยวอะไร ? จริงอยู่ถึงแม้จะมีลูกค้ามาก แต่ธุรกิจหลักของ CPAXT คือค้าปลีก ไม่ใช่การเงิน
แล้วบริษัทนี้มันใหญ่มาก ระดับแสนล้าน
4
ซีพีแจ้งว่าต้องการปรับโครงสร้าง โยก 3 บริษัทไปอยู่กลุ่มธุรกิจการเงิน
แต่จากข้อมูล ถ้าดูดี ๆ กำลังจะมีการโยกธุรกิจค้าปลีกแสนล้านอยู่ในนั้น..
มูลค่าบริษัท CPAXT ตามราคาตลาดปัจจุบัน อยู่ที่ 163,000 ล้านบาท
CPALL ถือหุ้นอยู่ 60% แปลว่า CPALL ถืออยู่ 98,000 ล้านบาท
2
เมื่อรวมกับมูลค่าของอีก 2 บริษัทที่เหลือ ก็น่าจะรวมกันไม่ต่ำกว่า 110,000 ล้านบาท
4
ที่น่าสนใจคือ เมื่อไปดูมูลค่าทางบัญชีของ ACM Holding มีมูลค่าแค่ 8,200 ล้านบาท
ถ้าจ่ายเป็นหุ้นของ ACM Holding อย่างเดียว โดยไม่มีเงินสดมาเกี่ยว ก็เท่ากับว่า CPALL จะไปถือ ACM Holding มากถึง 93%
2
ใช่แล้ว.. หลายคนอาจเริ่มคิดได้
ดีลนี้มีความเป็นไปได้ที่ทำให้ CPALL ไปร่วมวงทำธุรกิจ Virtual Bank ในทางอ้อมนั่นเอง..
2
ทั้งนี้ ที่ประมาณการมาทั้งหมดเป็นที่ราคามูลค่าทางบัญชี เครือซีพีอาจมีเหตุผลมากมายที่ทำให้บริษัท ACM Holding มีมูลค่ามากกว่ามูลค่าทางบัญชี เพื่อไปแลกหุ้นกับ CPALL แล้ว CPALL ไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน ACM Holding ก็ได้
อีกกรณีหนึ่ง ถ้า ACM Holding มีการจ่ายเงินสดให้ CPALL โดยไม่มีการออกหุ้นให้
ก็จะทำให้ CPALL ไม่ต้องไปเกี่ยวข้องกับ Virtual Bank
แต่ก็น่าคิดว่ากลุ่มซีพี จะจ่ายเงินสดที่ราคาเท่าไร ?
1
อีกเรื่องที่สำคัญ
รู้ไหมว่า
ปี 2013 กลุ่มซีพีซื้อ Makro ที่ราคา 188,000 ล้านบาท และให้ CPALL กู้เงินมาจ่าย
ปี 2020 กลุ่มซีพีซื้อ Lotus ที่ราคา 338,000 ล้านบาท และให้ CPALL กับ Makro กู้เงินมาจ่าย
1
ผ่านไปหลายปี.. การซื้อกิจการของกลุ่มซีพีในอดีต ทำให้ตอนนี้ CPALL ก็ยังมีหนี้สินที่มีดอกเบี้ย รวมกันมากถึง 210,000 ล้านบาท
2
ในวันนี้ ซีพีบอกว่าจะเอา CPAXT ที่เป็นเจ้าของ Makro และ Lotus ออกจาก CPALL
4
มูลค่า CPAXT ที่ CPALL ถืออยู่ 98,000 ล้านบาท
ต่อให้ CPALL รับเงินสดมาทั้งหมดจากการโยกครั้งนี้
ก็ยังทิ้งหนี้จากอดีตไว้ให้ CPALL 110,000 ล้านบาท..
เพราะอะไรถึงโยกออกไป แล้วยังเหลือหนี้แสนล้านที่ CPALL?
คำตอบก็มีอยู่ 2 เหตุผล ง่าย ๆ
1.ราคาที่กลุ่มซีพีซื้อ Makro และ Lotus ในอดีตมันแพงไป
2.ราคากิจการตอนนี้มันตกลง ไม่ว่าจากสภาพตลาดหุ้น หรือสภาพกิจการที่เปลี่ยนไป
2
สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปก็คือ
คณะกรรมการบริษัทมีมติส่งให้ผู้ถือหุ้นพิจารณา และให้ผู้ถือหุ้นโหวตตัดสินขั้นสุดท้าย
ว่าจะอนุมัติให้บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส, ไทยสมาร์ทคาร์ด และ CPAXT เข้าไปอยู่ในกลุ่มธุรกิจ Virtual Bank ของบริษัท ACM Holding ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของกลุ่มซีพี หรือไม่
การโหวตรายการเกี่ยวโยงกัน ต้องได้รับเสียงเห็นชอบไม่น้อยกว่า 75% ของผู้เข้าประชุมโดยไม่รวมเสียงของผู้มีส่วนได้เสียหรือกลุ่มซีพีที่ถือหุ้น CPALL 35.9%
ทิศทางของ CPALL จะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับผู้ถือหุ้น CPALL ที่ไม่ได้มีส่วนได้เสียในวันนั้น
อย่างไรก็ตาม วันนี้ ถือเป็นกรณีศึกษาอีกบทหนึ่งของตลาดทุนไทย
เรื่องดีก็คือ กรรมการอิสระของ CPALL ได้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างที่ควรจะเป็น
สะท้อนให้เห็นการพัฒนาของตลาดทุนไทยไปในทางที่ดี
8
ส่วนเรื่องที่ต้องลุ้นก็คือ
ก้าวต่อไปของ CPALL จะเจออะไร ?
จะได้เข้าถือหุ้นใหญ่ธุรกิจ Virtual Bank
หรือว่าจะได้เงินสด แลกกับการเสีย 3 ธุรกิจหลักออกไป
แต่ถ้ามองย้อนกลับไปในอดีต
CPALL ต้องกู้เงินมหาศาล เพื่อเข้าไปแบกการซื้อ Makro ตามมาด้วย Lotus ให้กลุ่มซีพี
1
มาวันนี้.. ซีพีกำลังทำตรงข้าม
จะขอโยกกลับออกมา ด้วยเหตุผลบางประการ
ดูแล้ว ถ้าเกิดขึ้นจริง..
CPALL จะเหมือนเป็นบริษัทรับฝากหุ้น ที่ขอคืนได้ทีหลัง
แถมระหว่างรับฝาก ยังต้องกู้เงินแสนล้านให้ด้วย..
1
บทความนี้จัดทำขึ้นวันที่ 19 เมษายน 2569 โดยต้องติดตามข้อมูลเพิ่มเติมถึงรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง บทความนี้มีเจตนาเพื่อวิเคราะห์สิ่งที่อาจเกิดขึ้นกับบริษัทที่เกี่ยวข้องตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏ และไม่ได้มีเจตนาชี้นำให้ซื้อหรือขายหุ้นที่เกี่ยวข้อง การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจลงทุน
โฆษณา