VoxPop Logo
VoxPop Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
VoxPop
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
25 พ.ค. เวลา 08:24 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
ทำไมยิ่งอยากนอน ยิ่งนอนไม่หลับ คุณกำลังเป็น "โรควิตกกังวลคะแนนการนอน" อยู่หรือเปล่า?
ช่วงนี้เทรนด์ใส่ Smart Watch วัดคะแนนการนอนกำลังมาแรง คืนไหนนอนได้ Sleep Score เต็มร้อยคือฟินเอาไปอวดเพื่อนได้เลย
แต่กลับกันถ้าคืนไหนที่ตื่นมาเจอคะแนนการนอนต่ำปุ๊บ จากที่ร่างกายก็รู้สึกปกติดี ก็กลายเป็นวิตกกังวล อารมณ์เสียแต่เช้าซะอย่างนั้น
แต่รู้ไหมว่า... ตัวเลขพวกนี้แหละที่กำลังกลายเป็นผู้ร้ายทำลายการนอนของเราโดยไม่รู้ตัว เพราะยิ่งพยายามอยากนอนให้ดีแค่ไหน สมองก็จะยิ่งเครียดจนเกิดอาการตาค้าง และถ้าคุณกำลังเจอสถานการณ์แบบนี้อยู่ คุณอาจกำลังเผชิญหน้ากับภาวะยอดฮิตของคนยุคดิจิทัลเข้าให้แล้ว
2
วันนี้จะพาไปหาคำตอบว่าทำไม Smart Watch ถึงทำให้คุณนอนหลับได้ไม่ดีเท่าเดิม?
1. รู้จัก Orthosomnia โรควิตกกังวลตัวเลขคะแนนการนอน
คำว่า Orthosomnia เป็นคำศัพท์ทางการแพทย์ที่ถูกบัญญัติขึ้นมาในปี 2017 โดยทีมนักวิจัยจาก Rush University Medical Center และ Northwestern University
อาการนี้คืออาการของคนที่หมกมุ่นกับคะแนนการนอนที่แสดงผลบนหน้าจอ Smart Watch มากเกินไป คืนไหนที่คะแนนไม่ถึง 80 หรือ กราฟหลับลึก Deep Sleep ไม่สวย จะเกิดอาการเซ็ง และเริ่มเครียดตั้งแต่ยังไม่ทันนอนในคืนถัดไปด้วยซ้ำ
นี่คือความย้อนแย้งขั้นสุดของยุคดิจิทัล ที่เราจ่ายเงินหลักหมื่นซื้อ Smart Watch หรือ Smart Ring มาเพื่อช่วยให้เราดูแลสุขภาพและการนอนหลับได้ดีขึ้น แต่กลับกลายเป็นว่าเจ้า Smart Watch พวกนี้กำลังกลายเป็นผู้ร้ายที่ปลุกความเครียดและทำลายการนอนหลับของเราในทุก ๆ คืน
[ ซื้อ Smart Watch ] ➔ [ เห็นคะแนนการนอนต่ำ ] ➔ [ เกิดความเครียด/กังวล ] ➔ [ หลับยากกว่าเดิม ]
2. ยิ่งตั้งใจนอนหลับ ผลลัพธ์ยิ่งไม่ดี
เมื่อเราตั้งเป้าว่า “คืนนี้ฉันจะต้องนอนหลับให้ได้คะแนน Sleep Score 90 เต็ม 100 ให้ได้” เรากลับยิ่งนอนไม่หลับ
เรื่องนี้อธิบายได้ด้วยกลไกทางสมอง เพราะโดยปกติแล้วร่างกายของเราจะมีฮอร์โมนสองตัวที่ทำงานสวนทางกันเหมือนไม้กระดก นั่นก็คือ คอร์ติซอล (สารแห่งความเครียดและการตื่นตัว) และ เมลาโทนิน (สารแห่งความง่วง)
สมดุลของการนอนหลับคือ
Cortisol (สารเครียด/ตื่นตัว) ⬆️ =======> Melatonin (สารง่วง) ⬇️
1
เมื่อคุณกดดันตัวเองว่าต้องนอนให้ดี ต้องหลับให้ลึก สมองจะตีความความคาดหวังนั้นว่าเป็น ความเครียด และ มองว่าคุณกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตบางอย่าง มันจึงสั่งต่อมหมวกไตให้หลั่ง Cortisol ออกมาทันที
2
ซึ่งเจ้า Cortisol นี้จะทำหน้าที่เหมือนกาแฟแก้วใหญ่ที่เข้าไปบล็อกการทำงานของ Melatonin พูดให้เข้าใจง่าย ๆ คือ ยิ่งคุณพยายามใช้สมองส่วนหน้าควบคุมมัน สมองก็จะยิ่งตื่นตัว ผลลัพธ์ก็คือตาค้างยาวไป
2
3. Smart Watch ไม่ได้อ่านสมองของเรา
สิ่งที่สำคัญที่คนใส่ Smart Watch ต้องทำความเข้าใจก่อนที่จะยอมเชื่อตัวเลขบนหน้าจอ คือ นาฬิกาไม่ได้วัดคลื่นสมองของเรานะ
1
เวลาแพทย์ตรวจการนอนหลับในโรงพยาบาล หรือ Sleep Test เขาต้องใช้สายไฟแปะไปที่ศีรษะเพื่ออ่านกระแสไฟฟ้าในสมอง แต่ Smart Watch จะอยู่แค่ที่ข้อมือของเรา มันทำหน้าที่ได้เพียงสองอย่าง คือ
1. วัดการขยับตัวผ่านเซนเซอร์จับความเคลื่อนไหว
2. ยิงแสงสีเขียวลงไปใต้ผิวหนังเพื่อวัดชีพจรและความแปรปรวนของการเต้นของหัวใจ
แอปพลิเคชันจะนำผลการขยับตัวและชีพจรไปเข้าสูตรคำนวณ แล้วเดาว่าเราน่าจะกำลังหลับลึกหรือหลับตื้น
1
4. ตัวเลขทำให้จิตใจเราถูกปรุงแต่ง
มีงานวิจัยที่น่าสนใจ โดยนักวิจัยได้ลองแบ่งผู้เข้าร่วมทดลองออกเป็นสองกลุ่ม โดยทุกคนจะได้รับการตรวจการนอนหลับจริง ๆ
1
กลุ่มแรก : นอนหลับได้แย่ แต่นักวิจัยแกล้งบอกว่า “เมื่อคืนคุณนอนหลับดีเยี่ยม คะแนนเต็มร้อย”
กลุ่มสอง : นอนหลับมาอย่างดี แต่นักวิจัยแกล้งบอกว่า “เมื่อคืนคุณนอนหลับได้แย่มาก แทบไม่ได้หลับลึกเลย”
1
ผลปรากฎว่า กลุ่มแรกที่ตื่นมากลับทำแบบทดสอบความจำและสมาธิได้ดีเยี่ยม แต่ตรงกันข้ามกับกลุ่มที่สองที่โดนบอกว่านอนแย่ ทำให้รู้สึกเพลีย หัวตื้อ และทำคะแนนทดสอบได้ไม่ดี
1
นี่คือพลังของ Nocebo Effect หรือ อาการจิตปรุงแต่ง เรายอมเชื่อตัวเลขสถิติบนหน้าจอมากกว่าสัญญาณเตือนจากมวลกล้ามเนื้อและสมองของตัวเอง
1
1
ถ้าคุณเริ่มรู้สึกว่าตัวเองตื่นมาแล้วอารมณ์ดีหรือร้ายขึ้นอยู่กับหน้าจอแอปพลิเคชัน ถึงเวลาต้องปรับความสัมพันธ์กับ Gadget บนข้อมือใหม่ด้วยวิธีง่ายๆเหล่านี้
- ห้ามดูแอปตอนตื่นนอนทันที : ให้เวลาตัวเองอย่างน้อย 1 ชั่วโมงหลังตื่นนอน ลองสังเกตความรู้สึกของร่างกายว่ารู้สึกสดชื่นไหม ปวดหัวหรือเปล่า แล้วค่อยไปเปิดดูข้อมูลทีหลัง
1
- ปิดการแจ้งเตือนการนอน : ไม่จำเป็นต้องให้ Smart Watch แจ้งเตือนในตอนเช้า เพราะมันไม่ได้ช่วยให้ดีขึ้น แต่กระตุ้นความกังวลมากกว่า
1
- ลองถอด Smart Watch บ้าง : ในวันหยุด ลองถอดนาฬิกานอนดูสัก 2 คืน ปล่อยให้ร่างกายได้นอนหลับตามกลไกธรรมชาติโดยไม่ต้องกังวลเรื่องคะแนน
1
สรุปคือ Smart Watch ถือว่าเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราใช้ชีวิตได้ดีขึ้น แต่มันไม่ใช่สิ่งที่จะมาคอยกำกับการใช้ชีวิตของเรา คืนนี้ลองผ่อนคลาย วางความคาดหวังเรื่องคะแนน แล้วจำไว้ว่า การนอนที่ดีที่สุด คือการนอนที่คุณหลับไปโดยไม่ต้องสนใจว่าพรุ่งเช้าคุณจะได้คะแนนการนอนเป็นอย่างไร
1
Ref.
1. Baron KG, et al. Orthosomnia: Are Some Patients Taking the Quantified Self Too Far? J Clin Sleep Med. 2017.
https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/27855740/
2. Draganich C, Erdal K. Placebo Sleep Affects Cognitive Functioning. Journal of Experimental Psychology. 2014.
https://www.bps.org.uk/research-digest/placebo-sleep-can-boost-your-mental-performance
ใครที่มีประสบการณ์ใช้ Smart Watch วัดคะแนนการนอน มาคอมเมนต์กันหน่อย
หรือมีวิธีการแก้ไขยังไงบ้าง
เมื่อคอมเมนต์กันแล้ว ผู้ใช้ VoxPop ยังสามารถแลกรับส่วนลดบริการทำความสะอาดพื้นฐานของคุณแม่บ้านบีนีท
เพียงซื้อดีล 19 บาท เพื่อรับส่วนลด 10% จาก BeNeat
📲 คลิก Banner เลย
เยี่ยมชม
voxpop.com
ส่วนลดบริการทำความสะอาดพื้นฐาน | BeNeat
ส่วนลดบริการทำความสะอาดพื้นฐาน | BeNeat Buy 19 Discount 10%
VoxPop Invest ครบทุกมิติสำหรับ คนชอบลงทุน
ชวนแสดงความเห็นหุ้นไทย หุ้นอเมริกา และติดตามข่าวสารจากเพจสถาบันการเงินชั้นนำ
📲https://www.voxpop.com/invest/latest
สุขภาพ
วิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี
53 บันทึก
63
4
64
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
VoxPop Series : DID YOU KNOW?
53
63
4
64
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 VoxPop
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ VoxPop
VoxPop เพื่อธุรกิจ
ไทย
Stay informed with global news and analysis
Discover trending videos and creator content
Link Terkait
Discover trending videos and creator content
Listen to popular podcasts and audio shows
Listen to popular podcasts and audio shows
Explore independent publishing and community storytelling
Catch up on entertainment news and reviews