VoxPop Logo
VoxPop Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
เฉลิมชัย เอื้อวิริยะวิทย์
•
ติดตาม
27 พ.ค. เวลา 08:31 • ไลฟ์สไตล์
ข้าเป็นมนุษย์ ดังนั้นไม่มีสิ่งใดที่เป็นมนุษย์แล้วจะแปลกแยกไปจากข้า
ประโยคของ Terence (นักเขียนบทละครชาวโรมัน) คือ
“Homo sum: humani nihil a me alienum puto.”
แปลตรงตัวว่า “ข้าเป็นมนุษย์ ดังนั้นไม่มีสิ่งใดที่เป็นมนุษย์แล้วจะแปลกแยกไปจากข้า”
ประโยคของ Terence (นักเขียนบทละครชาวโรมัน) คือ
“Homo sum: humani nihil a me alienum puto.”
แปลตรงตัวว่า “ข้าเป็นมนุษย์ ดังนั้นไม่มีสิ่งใดที่เป็นมนุษย์แล้วจะแปลกแยกไปจากข้า”
แก่นความหมาย
ประโยคนี้ไม่ได้หมายความว่า “ฉันทำได้ทุกอย่างเหมือนมนุษย์คนอื่น” แต่หมายถึง
“ทุกประสบการณ์ ความรู้สึก หรือความอ่อนแอของมนุษย์ ล้วนเป็นสิ่งที่ฉันสามารถเข้าใจหรือเข้าถึงได้”
มันคือการยืนยันว่า
เราทุกคนอยู่ใน “สภาพมนุษย์ร่วมกัน”
ไม่มีอารมณ์หรือด้านมืดด้านใดของมนุษย์ที่ควรถูกมองว่า “ไม่ใช่ของฉัน”
การเข้าใจผู้อื่น เริ่มจากการยอมรับว่าศักยภาพแบบเดียวกันนั้นก็อยู่ในตัวเรา
มุมจริยธรรมและความเข้าใจผู้อื่น
แนวคิดนี้มักถูกใช้เพื่อสนับสนุน ความเห็นอกเห็นใจ (empathy)
เช่น เมื่อเห็นคนทำผิด แทนที่จะรีบตัดสินว่า “เขาเลว”
ประโยคนี้ชวนให้เราคิดว่า
“ในเงื่อนไขบางอย่าง ฉันเองก็อาจเป็นแบบนั้นได้”
มันจึงลดความแข็งของการตัดสิน (judgment)
และเพิ่มพื้นที่ของความเข้าใจ (understanding)
มุมจิตวิทยา (เชื่อมกับ Jung ได้ดี)
ถ้ามองผ่าน Jung ประโยคนี้สอดคล้องกับแนวคิด Shadow
คือด้านที่เราปฏิเสธในตัวเอง
Terence กำลังพูดว่า
อย่าผลักด้านมืดของมนุษย์ออกไปว่า “ไม่ใช่ฉัน”
เพราะจริง ๆ แล้ว มันก็เป็นส่วนหนึ่งของความเป็นมนุษย์ที่อยู่ในตัวเราเหมือนกัน
ตัวอย่างง่าย ๆ
เวลาคุณเห็นคนอิจฉา โกรธ หรือทำผิดศีลธรรม
มี 2 วิธีมอง:
แบบตัดขาด: “คนแบบนี้ไม่เหมือนฉัน”
แบบ Terence: “ฉันเข้าใจความรู้สึกนั้นได้ เพราะฉันก็เป็นมนุษย์”
แบบหลังไม่ใช่การยอมรับว่าพฤติกรรมนั้นถูก
แต่เป็นการ เข้าใจรากของมันโดยไม่ปฏิเสธความเป็นมนุษย์ร่วมกัน
สรุปสั้น ๆ
ประโยคนี้คือการประกาศว่า
“การเป็นมนุษย์ คือการเปิดรับความจริงทั้งหมดของมนุษย์ ทั้งด้านสว่างและด้านมืด และใช้ความเข้าใจนั้นในการมองผู้อื่น”
แก่นความหมาย
ประโยคนี้ไม่ได้หมายความว่า “ฉันทำได้ทุกอย่างเหมือนมนุษย์คนอื่น” แต่หมายถึง
“ทุกประสบการณ์ ความรู้สึก หรือความอ่อนแอของมนุษย์ ล้วนเป็นสิ่งที่ฉันสามารถเข้าใจหรือเข้าถึงได้”
มันคือการยืนยันว่า
เราทุกคนอยู่ใน “สภาพมนุษย์ร่วมกัน”
ไม่มีอารมณ์หรือด้านมืดด้านใดของมนุษย์ที่ควรถูกมองว่า “ไม่ใช่ของฉัน”
การเข้าใจผู้อื่น เริ่มจากการยอมรับว่าศักยภาพแบบเดียวกันนั้นก็อยู่ในตัวเรา
มุมจริยธรรมและความเข้าใจผู้อื่น
แนวคิดนี้มักถูกใช้เพื่อสนับสนุน ความเห็นอกเห็นใจ (empathy)
เช่น เมื่อเห็นคนทำผิด แทนที่จะรีบตัดสินว่า “เขาเลว”
ประโยคนี้ชวนให้เราคิดว่า
“ในเงื่อนไขบางอย่าง ฉันเองก็อาจเป็นแบบนั้นได้”
มันจึงลดความแข็งของการตัดสิน (judgment)
และเพิ่มพื้นที่ของความเข้าใจ (understanding)
มุมจิตวิทยา (เชื่อมกับ Jung ได้ดี)
ถ้ามองผ่าน Jung ประโยคนี้สอดคล้องกับแนวคิด Shadow
คือด้านที่เราปฏิเสธในตัวเอง
Terence กำลังพูดว่า
อย่าผลักด้านมืดของมนุษย์ออกไปว่า “ไม่ใช่ฉัน”
เพราะจริง ๆ แล้ว มันก็เป็นส่วนหนึ่งของความเป็นมนุษย์ที่อยู่ในตัวเราเหมือนกัน
ตัวอย่างง่าย ๆ
เวลาคุณเห็นคนอิจฉา โกรธ หรือทำผิดศีลธรรม
มี 2 วิธีมอง:
แบบตัดขาด: “คนแบบนี้ไม่เหมือนฉัน”
แบบ Terence: “ฉันเข้าใจความรู้สึกนั้นได้ เพราะฉันก็เป็นมนุษย์”
แบบหลังไม่ใช่การยอมรับว่าพฤติกรรมนั้นถูก
แต่เป็นการ เข้าใจรากของมันโดยไม่ปฏิเสธความเป็นมนุษย์ร่วมกัน
สรุปสั้น ๆ
ประโยคนี้คือการประกาศว่า
“การเป็นมนุษย์ คือการเปิดรับความจริงทั้งหมดของมนุษย์ ทั้งด้านสว่างและด้านมืด และใช้ความเข้าใจนั้นในการมองผู้อื่น”
ไลฟ์สไตล์
พัฒนาตัวเอง
ธุรกิจ
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 VoxPop
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ VoxPop
VoxPop เพื่อธุรกิจ
ไทย
Stay informed with global news and analysis
Discover trending videos and creator content
Link Terkait
Discover trending videos and creator content
Listen to popular podcasts and audio shows
Listen to popular podcasts and audio shows
Explore independent publishing and community storytelling
Catch up on entertainment news and reviews