12 มิ.ย. เวลา 03:13 • ธุรกิจ

ไอเดียใช้ Gemini ปั้นแคปชันแทงใจลูกค้า ให้หยุดเลื่อนฟีดใน 3 วินาที

- ในยุคที่ลูกค้ามีเวลาหยุดดูโฆษณาแค่ 3 วินาที การเปิดแคปชัน
ด้วยการอวดสินค้าของตัวเองคือสเปรย์ไล่ลูกค้าชั้นดีที่ทำให้ยอดขายตก
พอคนไม่หยุดอ่าน ยอดทักก็ไม่มี หลายคนจึงแก้ปัญหาผิดจุดด้วยการอัดงบโฆษณาเพิ่ม
ซึ่งต้นตอของปัญหาอยู่ที่เนื้อหาที่ดูยัดเยียดเกินไป แต่การจะเขียนให้คนหยุดอ่าน
ต้องใช้ทั้งเวลาและความเข้าใจคนอ่าน ซึ่งไม่ใช่ทุกคนที่จะถนัด
แต่วันนี้เราสามารถใช้ Gemini เพื่อช่วยวางโครงสร้างแคปชัน
ด้วยสูตร PAS ได้ภายในไม่กี่นาที โดยแทบไม่มีต้นทุน
เรื่องนี้น่าสนใจอย่างไร ?
BrandCase สรุปให้ แบบเข้าใจง่าย ๆ
1
PAS คือโครงสร้างการเขียนโน้มน้าวใจ ที่นักการตลาดนิยมใช้ โดยเปิดด้วยปัญหาของลูกค้า
ขยี้ให้รู้สึกว่าต้องแก้ไข แล้วจึงเสนอสินค้าเป็นทางออก แทนการขายของตั้งแต่ต้น
1. ทำ Persona และ Constraints Prompting เพื่อกำหนดบทบาทและกรอบการทำงาน
ก่อนจะเริ่มให้ Gemini คิดคอนเทนต์ ให้พิมพ์คำสั่งเพื่อกำหนดบทบาทให้ชัดเจนเสมอ เช่น
“คุณคือ Senior Copywriter ที่เชี่ยวชาญการเขียนโฆษณาด้วยสูตร PAS สำหรับ SME ที่มีงบน้อยแต่ต้องการสร้างยอดขาย หน้าที่ของคุณคือช่วยผมวางโครงสร้างแคปชันสำหรับแบรนด์ [ชื่อแบรนด์/สินค้า] ของผม โดยห้ามคิดแคปชันแบบหุ่นยนต์ หรือยัดเยียดขายของตั้งแต่บรรทัดแรก แต่ให้เน้นการขยี้ปัญหาและดึงดูดกลุ่มเป้าหมายอย่างเป็นธรรมชาติ”
การกำหนดบทบาทแบบนี้ จะช่วยให้ Gemini ไม่ได้แค่สุ่มเนื้อหาขึ้นมามั่ว ๆ
แต่ช่วยคิดและวางแผนโครงสร้างการขายให้เราอย่างมีกลยุทธ์
2. โยนข้อมูลธุรกิจและสัดส่วนเนื้อหา ให้ Gemini จัดการ
เริ่มจากกำหนดข้อมูลแบรนด์และสัดส่วนเนื้อหา เพื่อให้ Gemini กางโครงสร้างออกมาให้
“นี่คือข้อมูลธุรกิจของฉัน : ขายคอร์สสอนยิงแอด กลุ่มเป้าหมายคือคนทำเพจที่ยิงแอดแล้วขาดทุน
ช่วยวางโครงสร้างแคปชันด้วยสูตร PAS โดยแบ่งสัดส่วนเนื้อหา ดังนี้
- Problem (1-2 ประโยคย้อนแย้ง) : เปิดด้วยคำถามหรือสเตตัสที่จี้ใจดำกลุ่มเป้าหมายทันที เพื่อหยุดนิ้วใน 3 วินาที
- Agitate (1 ย่อหน้าสั้น) : ขยี้ผลกระทบทางอารมณ์และเม็ดเงินให้เห็นภาพชัดเจนที่สุด
- Solution (1 ย่อหน้าสั้น) : นำเสนอคอร์สของเราเป็นฮีโรมาช่วยแก้ปัญหา
- Call to Action (1 บรรทัดชัดเจน) : กระตุ้นให้ทักแช็ตทันทีพร้อมสิทธิพิเศษ”
หลังจากนั้น Gemini ก็จะวิเคราะห์และจัดเรียงโครงสร้างแคปชันมาให้เราแบบเสร็จสรรพ
ตัวอย่างโครงสร้างผลลัพธ์ที่ได้
- ท่อน Problem เปิดโพสต์ด้วยประโยคแทงใจ “ยิงแอดร้อยบาท แต่ทักมาแค่สองคน”
- ท่อน Agitate ขยี้ต่อ “รู้ไหมว่าปล่อยไว้แบบนี้ สิ้นเดือนเตรียมควักเนื้อ จ่ายค่าแอดฟรีแถมสต๊อกจม”
- ท่อน Solution เสนอทางออก “คอร์สสอนยิงแอดของเราช่วยอุดรอยรั่วนี้ได้ ปิดการขายได้ตั้งแต่แช็ตแรก”
- ท่อน Call to Action ทิ้งท้าย “รับโปรโมชันพิเศษ ทักอินบอกซ์ก่อนสิทธิ์เต็ม”
2
การกางโครงสร้างให้เห็นภาพรวมแบบนี้ จะช่วยให้เนื้อหาบนเพจมีลำดับการเล่าเรื่องที่ดี
ไม่ซ้ำซากจำเจ และป้องกันปัญหาการยัดเยียดขายของให้ลูกค้ามากเกินไป
3. สั่งให้ AI ร่างแคปชันพร้อมนำไปโพสต์จริง
2
เมื่อได้โครงสร้างแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายคือหยิบหัวข้อในโครงสร้างมาให้ Gemini ช่วยเขียนแคปชันต่อ
“ช่วยเขียนแคปชันฉบับเต็มจากโครงสร้างนี้ ให้อ่านแล้วรู้สึกจริงใจ เหมือนเพื่อนสนิทที่หวังดีมาเตือนสติ ไม่ฮาร์ดเซลเกินไป
กฎเหล็ก คือ ห้ามใช้คำว่า 'ตอบโจทย์', 'มิติใหม่', 'ปฏิวัติวงการ', 'ที่สุด', 'ห้ามพลาด' เด็ดขาด ให้ใช้ภาษาพูดทั่วไปที่คนไทยใช้คุยกันในชีวิตจริง พร้อมพิมพ์ Hashtag ที่เกี่ยวข้องมาให้ด้วย”
เพียงเท่านี้ เราก็จะได้แคปชันที่พร้อมนำไปปรับแก้เล็กน้อยแล้วโพสต์ใช้งานได้ทันที
การทำแบบนี้ นอกจากจะทำให้เราได้แคปชันโฆษณาที่ดีขึ้นแล้ว
ยังช่วยประหยัดเวลาของคนที่ทำแบรนด์คนเดียวไปได้มหาศาล
อย่างไรก็ตาม ต้องบอกก่อนว่า การใช้ AI ให้คิดแคปชันแบบรวดเดียว
โมเดลอาจจะเกิดอาการใช้คำซ้ำ หรือขยี้ปัญหาหนักเกินไป หลังจากสั่งงานผ่านไปหลายรอบ
และผลลัพธ์ช่วงท้ายจะเริ่มวนไปวนมาและขาดความลึก สายคอนเทนต์ที่ใช้โมเดลภาษาบ่อย ๆ
จะรู้ทันทีว่าวิธีนี้ไม่ได้ผลดีที่สุดในเชิงปฏิบัติ
ดังนั้น หากเกิดภาวะแบบนี้ ให้ปรับเทคนิคเป็นการ สั่งทีละท่อน โดยใช้ Prompt แบบนี้
3
“ตอนนี้ให้โฟกัสแค่ท่อน Agitate อย่างเดียว เขียนมา 5 เวอร์ชัน ให้แต่ละเวอร์ชันใช้อารมณ์ต่างกัน เช่น กลัว เจ็บปวด เหนื่อย โกรธ และเสียใจ”
ซึ่งวิธีนี้จะทำให้ได้ไอเดียที่คมและหลากหลายกว่าการสั่งรวดเดียวอย่างเห็นได้ชัด
และการใช้ AI มาช่วยวางแผนเขียนแคปชัน เป็นเพียงการจัดระเบียบความคิดและทุ่นแรงในการเขียน
ไม่ใช่เครื่องมือที่จะมาแทนความจริงใจของเจ้าของร้านได้ 100%
เพราะหัวใจสำคัญของการทำเพจธุรกิจ คือ ตัวตนและความใส่ใจ ของคนทำ
ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่เทคโนโลยีไหน ๆ ก็ยังเลียนแบบหรือทำแทนเราไม่ได้ทั้งหมด…
โฆษณา