14 มิ.ย. เวลา 16:47 • การเมือง

วัตถุไวไฟ

"อย่า อย่า อย่ามาลอง
อย่ามาใกล้ไฟ อย่ามาใกล้เกินไป
บอก กัน เอาไว้
บอกว่าของมันแรง บอกว่าของมันไว
ตัก เตือน แต่ยังเมิน
กลับเอาเชื้อเอาฟืน เข้ามาใกล้ไฟ"
"สุด แรง ทานเอาไว้
ก็เลยลุกเลยลาม ก็เลยลุกลามออกไป
เหมือนไฟป่า ร้อนแรงกว่า
ร้อนแรงยิ่งกว่า ไฟใด
เผาต้นหนึ่งถึงต้นหนึ่ง ต้นเดียวลุกต่อกันไป
"เธอ เองก็อาจมีใจ ที่เป็นวัตถุ ไวไฟ
เจอ ใจ ที่เป็นไฟ
จะไปเหลืออะไร ก็คือไฟทั้งนั้น"
เพลง : วัตถุไวไฟ
ศิลปิน : พี่หนุ่ย อำพล ลำพูน
รถถังหลัก Type 59D
"การเปิดเผยภาพการรับมอบรถถังและการประกาศทวงคืนดินแดนของฮุน เซน เป็นส่วนหนึ่งของประชานิยมเชิงชาตินิยม เพื่อดึงคะแนนนิยมให้กับพรรค CPP และฮุน มาเนต ก่อนการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง สื่อกัมพูชายังพยายามประโคมข่าวว่าไทยช็อกและอิจฉา เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้คนในชาติว่าตนมีศักยภาพเหนือกว่าแล้ว"
พลเอก รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจและอดีตผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานกลาโหม
"ในฝั่งอีสานพื้นที่ที่ล่อแหลมคือดินแดนที่เรียกว่าช่องบก ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ที่นี่ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในเขตสามเหลี่ยมมรกต ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างไทย ลาว และกัมพูชา จึงมีความเป็นไปได้สูงที่กองทัพบกกัมพูชาจะนำรถถัง Type 59D เข้ามาประจำการเพื่อชิงความได้เปรียบในชัยภูมิแห่งนี้"
รองศาสตราจารย์ ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช อาจารย์ประจำสาขาวิชาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน วันนี้เราก็มาต่อกันเรื่องรถถังหลัก Type 59D ความเดิมในบทความที่แล้วก็ได้พูดถึงสมรรถนะของรถถังแบบนี้กันไปแล้วว่ากองทัพไทยมีโอกาสที่จะได้ชัยหากใช้เครื่องบินขับไล่ F-16 จัดการ Type 59D ที่เป็นเป้านิ่ง
รถถังหลัก Type 59 ของกองทัพบกปลดแอกประชาชนจีน
วันนี้จะมาแฉจุดอ่อนของรถถังหลักแบบนี้กันต่อ ส่วนท่านใดที่ยังไม่คุ้นเคยกับ Type 59D สามารถไปหาอ่านต่อได้ในบทความก่อนหน้า แล้วค่อยมาต่อในบทความนี้ อันที่จริงรถถัง Type 59D ที่จีนส่งมอบให้นี้ ผู้เขียนคาดว่าจำนวนอยู่ที่ 36-40 คันโดยประมาณ ถ้าตัวเลขไม่แม่นประการใดก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ
ก่อนที่จะไปอ่านบทความกัน ขอให้ทุกท่านช่วยผู้เขียนทำมาหากินหน่อยครับ ภาพโปสเตอร์รถถังหลัก Type 59D ที่ปรากฎต่อจากช่วงเกริ่นนำนี้ หากท่านใดสนใจนำไปเป็นภาพโปสเตอร์ติดผนังโชว์ที่บ้านหรือนำไปปริ้นท์อัดใส่กรอบรูปในบ้านท่าน ท่านสามารถทักแชตไปที่ Facebook ส่วนตัวของผู้เขียนใช้ชื่อว่า Supakrit Falcon
สำหรับค่าปริ้นท์ท่านสามารถโอนผ่านทาง Messenger ส่วนตัวด้วยจำนวนเงิน 200 บาทรวมค่าส่ง เมื่อรับโอนแล้วผู้เขียนจะนำยอดนี้ไปใช้ในการปริ้นท์ภาพจำนวนหนึ่ง อีกส่วนที่ได้รับจะนำไปใช้เป็นค่าบำรุงพระพุทธศาสนา ค่าอาหารพระสงฆ์ ค่าถวายสังฆทาน ค่าน้ำ ค่าไฟของวัดและอื่นๆอีกมากมายที่เป็นบุญกุศล
ไม่เพียงเท่านี้รายได้จากการที่ท่านโอนให้ผู้เขียนจำนวนหนึ่งจะนำไปใช้เป็นงบสำหรับส่งเสียให้น้องชายได้เรียนจบมหาวิทยาลัยครบ 4 ปีและเป็นรายได้ให้ตัวผู้เขียนเองในการหาซื้อของดีๆมาขายต่อไป
จากการเผยแพร่ภาพจำลองเสมือนจริงของเครื่องบินขับไล่ F-16 ออกรบแล้วทิ้งระเบิดใส่รถถังหลัก Type 59D โดย Facebook ของกองทัพอากาศไทยนี้ไม่ได้เพียงแค่สร้างความบันเทิงคลายเครียดแก่ผู้ชม แต่มันคือภาพที่พยากรณ์ถึงชะตากรรมของรถถังหลัก Type 59D ล็อตใหม่ที่กองทัพบกกัมพูชาเพิ่งได้รับมอบจากจีน
ท่ามกลางความพยายามปลุกกระแสรักชาติเพื่อทวงคืนดินแดนที่อ้างว่าเสียให้แก่ไทย แต่ก่อนจะไปดูจุดจบอันน่าเอน็จอนาถของเหล็กไหลรุ่นนี้ เราต้องย้อนกลับไปดู Flashback ของความพ่ายแพ้ใน 2 รอบแรกที่ยังคงเป็นแผลเป็นฝังลึกในใจกองทัพกัมพูชามาจนปัจจุบันที่มีรถถัง , รถหุ้มเกราะ BM-21 และ รถบรรทุกสำหรับขนส่งเสบียงแบบนี้เพียงไม่กี่คันแก่ทหารหน้าแนวที่ชายแดนไทย
Type 59 รุ่นแรก
ในศึก 2 รอบที่ผ่านมา ณ อีสานใต้โดยเฉพาะบริเวณช่องบก ช่องอานม้าและแนวเทือกเขาพนมดงรัก กองทัพกัมพูชาต้องเผชิญกับความสูญเสียอย่างหนักจากการพยายามรุกล้ำอธิปไตยไทย โดยฝ่ายเรามีการตอบโต้ทั้งทางบกที่ใช้ทหารราบ , หน่วยรบพิเศษ , ตำรวจตระเวนชายแดน และทหารพราน ส่วนทางอากาศกองทัพอากาศไทยก็ลุยเต็มที่ส่งไข่เหล็กรวดเร็วทันใจดุจไรเดอร์ขี่มอเตอร์ไซค์ส่งสินค้าถึงหน้าบ้านโดยการใช้เครื่องบินขับไล่ Gripen และ F-16 โจมตีทิ้งระเบิด
ฐานที่มั่นที่แอบเข้ามาตั้งไว้ตามป่าตามเขาถูกตีแตกพ่าย ทหารไทยสามารถยึดพื้นที่คืนและปักธงไตรรงค์บนเนิน 677 ได้สำเร็จ ส่งผลให้รถถังและยานเกราะของกัมพูชาในตอนนั้นสภาพไม่ต่างจากเป้านิ่งกลางป่าเขา ความแค้นจากการเสียมรดกที่ตนเองทึกทักเอาเองว่าเป็นเจ้าของกลายเป็นแรงผลักดันให้เกิดการสั่งสมอาวุธรอบใหม่
เมื่อความพ่ายแพ้ในอดีตคอยหลอกหลอน กัมพูชาจึงตัดสินใจคว้าข้อตกลงเก่ากับมหามิตรอย่างจีน ส่งผลให้รถถัง Type 59D จำนวน 93 คัน ปัจจุบันมีข่าวที่คอนเฟิร์มได้ว่าเริ่มส่งมอบล็อตแรก 39 คัน ถูกลำเลียงขึ้นที่ท่าเรือสีหนุวิลล์อย่างยิ่งใหญ่ สื่อกัมพูชาต่างประโคมข่าวอย่างคึกคะนองว่าไทยกำลังช็อกและอิจฉา กับอานุภาพของมัน
ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเองสมเด็จฮุน เซน ได้กล่าวถึงรถถัง Type 59D และสถานการณ์ชายแดนในระหว่างการลงพื้นที่เยี่ยมประชาชน ณ "หมู่บ้านแห่งการรอคอย" หรือหมู่บ้านหลังคาเขียวในจังหวัดบันเตียเมียนเจย โดยมีเนื้อหาการปราศัยที่คัดมาบางช่วงบางตอนให้ทุกท่านได้อ่านดังต่อไปนี้
รถถัง Type 59D ของกัมพูชา
"ผมขอโทษประชาชนกัมพูชา เนื่องด้วยเหตุการณ์ความขัดแย้งและการเสียดินแดนที่เกิดขึ้น เป็นเพราะความผิดพลาดของตัวผมเองที่ไว้ใจประเทศไทยมากเกินไป ตลอด 9 ปีในยุคของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้งสองประเทศมีความร่วมมือที่ดีและไม่มีปัญหา แต่สุดท้ายผมกลับรู้สึกว่าถูกประเทศไทยตลบหลัง จึงได้ตั้งหมู่บ้านแห่งนี้ขึ้นเพื่อรอทวงคืนผืนแผ่นดิน"
เมื่อกล่าวถึงข้อเสนอ 2 ทางเลือกในการทวงคืนดินแดน ฮุน เซนกล่าวว่า "ผมได้ประกาศให้ประชาชนและชาวกัมพูชาทั่วโลกพิจารณาทางเลือก 2 ทางในการจัดการกับปัญหาพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อน ทางเลือกที่ 1การใช้กำลังทหารเข้าสู้รบเพื่อแย่งชิงดินแดนกลับคืนมา ทางเลือกที่ 2 การแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีหรือการเจรจา"
แม้เขาจะระบุว่าต้องการสันติภาพ แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าการเสนอทางเลือกเรื่องการใช้กำลังควบคู่ไปด้วยนั้น เป็นส่วนหนึ่งของสงครามจิตวิทยาและการปลุกกระแสชาตินิยมเชิงประชานิยมเพื่อหวังผลทางการเมืองภายในประเทศ
ข้อดีแลัข้อเสียของ Type 59D
"ทุกท่านครับ กัมพูชามีรถถังอยู่แล้วหลายร้อยคัน ดังนั้นการได้รับมอบรถถังใหม่ 39 คัน ในล็อตแรกหรือรวมทั้งหมด 93 คันตามข้อตกลง จึงไม่ใช่เรื่องที่น่าตกใจหรือมีนัยสำคัญที่จะเปลี่ยนดุลอำนาจขนาดนั้น"
"ผมขอย้ำว่าทุกประเทศมีสิทธิ์อันชอบธรรมในการจัดซื้ออาวุธเพื่อปกป้องอธิปไตยของตนเอง และกัมพูชาไม่เคยไปวิพากษ์วิจารณ์เมื่อประเทศอื่นมีการจัดซื้ออาวุธใหม่ กัมพูชา ไม่มีนิสัยรุกรานใคร ไม่ว่าจะเป็นประเทศที่เข้มแข็งหรืออ่อนแอ และอาวุธเหล่านี้ไม่ได้มีไว้เพื่อข่มขู่เพื่อนบ้าน"
นอกจากการพูด Speech เรื่องทางการทหารแล้ว เขายังกล่าวในเชิงประชดประชันเกี่ยวกับสินค้าไทยว่า "ทุกท่านครับ กัมพูชาผลิตสินค้าเองได้ เช่น น้ำดื่มหรือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และเราจะแบนสินค้าไทยหากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น "
"ผมทราบดีว่าการปิดด่านของไทยตลอด 1 ปีไม่ได้ส่งผลกระทบต่อกัมพูชา แต่เป็นไทยเองที่สูญเสียรายได้" อย่างไรก็ตามข้อมูลบางส่วนที่เขานำมาพูดถูกมองว่าเป็นการปลุกกระแสชาตินิยมเพื่อหวังผลทางการเมืองในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง
ในขณะที่ฮุน เซนออกมาปราศัยที่หมู่บ้านแห่งการรอคอย ทั้งนักวิชาชาการด้านความมั่นคงรวมถึงอดีตนายทหารของไทยได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับอุปสรรคสำคัญที่รถถัง Type 59D ของกัมพูชาต้องเผชิญก่อนจะได้ลงสนามรบจริงคือ สภาพภูมิอากาศในช่วงหน้าฝนและน้ำหนักมหาศาลของตัวรถ
รรถถังใหม่ของกองทัพบกกัมพูชา
ในบทความก่อนหน้าทุกท่านจะเห็นว่ารถถังหลัก Type 59D มีน้ำหนักมากถึงประมาณ 40 ตัน ต่อคัน เมื่อนำมาประจำการตรงกับหน้าฝน ทั้งนักวิชาการด้านความมั่นคงและอดีตนายทหารของไทยบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าช่วงหน้าฝน พื้นดินในเขตสมรภูมิจะมีความอ่อนตัวสูง กล่าวคือพื้นดินมันจะอ่อนเมื่อมีฝนตกหนักสะสมมากขึ้น
หากรถถังเหล่านี้พยายามเคลื่อนที่ผ่านทุ่งนาหรือพื้นที่ที่ไม่ได้มีการบดอัดถนนให้แข็งแรงพอก็เสี่ยงที่จะติดหล่มจมดินได้ง่ายมาก เพราะฉะนั้นหากรถถังใหม่เหล่านี้ติดหล่มในหน้าฝน กัมพูชาอาจต้องวุ่นวายกับการหารถแบ็คโฮลมาช่วยขุดแล้วใช้รถจากหน่วยทหารช่างของกัมพูชามาลาก แทนที่จะได้ใช้ในการรบ ซึ่งไม่ใช่เรื่องสนุกสำหรับกองทัพในการทำสงคราม
ทำไมจึงทหารกัมพูชาจึงขาดถนนที่เหมาะสมสำหรับรถถังแบบนี้ เพราะในภูมิประเทศที่เป็นป่าเขาและชายแดน ไม่มีถนนที่บดอัดแข็งแรงพอจะรองรับน้ำหนักรถถังขนาดนี้ได้
ประกอบกับการจะนำรถถัง Type 59D มายังชายแดนไม่สามารถขับมาโดยตรงได้ในระยะไกล เพราะจะทำให้สายพานพังต้องบรรทุกใส่รถชานต่ำลากมา
นอกจากนี้ปัญหาน้ำเซาะจนสะพานขาด ในช่วงหน้าฝนยังเป็นอุปสรรคใหญ่ในการส่งกำลังบำรุง
สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาในขณะนี้แม้ฝ่ายเราจะทราบข่าวว่ารถถัง Type 59D ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด แต่ในขณะนี้การปล่อยข่าวนี้คือการทำสงครามจิตวิทยา ที่ฝ่ายกัมพูชากำลังทำออกมาอย่างต่อเนื่องเพื่อต่อสู้กับฝั่งไทยที่ดำเนินสงครามจิตวิทยาผ่านการนำเสนอข้อมูลตอบโต้
ขออภัยนะฮะ ไปเรื่องสงครามข้อมูลข่าวสารแล้วฮะ ขอดึงกลับมาที่ Type 59D ต่อ ปัจจุบันมีกระแสข่าวว่า Type 59D จะไปประจำการในจังหวัดชายแดนที่มีอาณาติดต่อกับไทย หนึ่งในนั้นอาจมีการตัดสินใจว่าจะส่งขึ้นสู่สมรภูมิจริงอย่าง เนิน 745 ได้หรือไม่
พลเอก รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจและอดีตผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานกลาโหม กล่าวถึงการสร้างกระแสภายในด้วยเรื่องรถถัง Type 59D ในรายการถกไม่เถียงทางช่องวัน 31 ว่า "ในขณะนี้ รถถัง Type 59D ล็อตแรกจำนวน 39 คัน จากทั้งหมด 93 คัน ยังคงถูกเก็บไว้ที่หน่วย BHQ ณ ตาเขมา ซึ่งเป็นที่ตั้งกองบัญชาการองครักษ์ของสมเด็จฮุน เซน"
กองทัพอากาศไทยมีฝูงบินรบ Gripen ที่พร้อมสนับสนุน F-16 ในการล็อกเป้า Type 59D กัมพูชา
"การเปิดเผยภาพการรับมอบรถถังและการประกาศทวงคืนดินแดนของฮุน เซน เป็นส่วนหนึ่งของประชานิยมเชิงชาตินิยม เพื่อดึงคะแนนนิยมให้กับพรรค CPP และฮุน มาเนต ก่อนการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง สื่อกัมพูชายังพยายามประโคมข่าวว่าไทยช็อกและอิจฉา เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้คนในชาติว่าตนมีศักยภาพเหนือกว่าแล้ว"
แม้กัมพูชาจะแสดงท่าทีฮึกเหิม แต่สมเด็จฮุน เซน ก็ยังสงวนท่าทีด้วยการระบุว่า รถถังเหล่านี้เป็นเพียงส่วนเล็กน้อยเพื่อการป้องกันตนเองและยังไม่ได้ถูกส่งไปยังชายแดน
ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลฝ่ายไทยที่ระบุว่ากัมพูชากำลังใช้ยุทธศาสตร์ความคลุมเครือคือการยั่วยุสลับกับการประกาศสันติวิธี เพื่อดูปฏิกิริยาของไทยและนานาชาติ
หากไทยไม่หลงกลลั่นไกก่อนตามแผนที่เขาวางไว้เพื่อฟ้องศาลโลก รถถังเหล่านี้อาจจะยังไม่ได้เคลื่อนที่ออกจากที่ตั้ง
สลับกลับมาที่เนิน 745 ที่นี่ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่กัมพูชาหวงแหนมาก เพราะเป็นจุดสูงข่มที่เขายังยึดกุมไว้ได้ในขณะที่พื้นที่โดยรอบถูกทหารไทยล้อมไว้หมดแล้ว
อย่างไรก็ตาม การจะนำรถถังขึ้นเนินนี้มีอุปสรรคสำคัญคือสภาพภูมิประเทศ เนื่องด้วยน้ำหนักกว่า 40 ตันของ Type 59D ในช่วงหน้าฝนจะทำให้รถถังแบบดังกล่าวติดหล่มจมดินได้ง่ายในพื้นที่ที่เป็นโคลนเลนและป่าเขา
เครื่องบินขับไล่ Gripen พร้อมทะยานสู่อีสานใต้และภาคตะวันออกเพื่อหยุดยั้งภัยคุกคามจากรถถังใหม่
ประกอบกับถนนที่ทหารกัมพูชาทำขึ้นสู่เนิน 745 มาตั้งแต่มีลักษณะแคบและชัน หากรถถังคลานขึ้นไปจะกลายเป็นขนมหวานที่แสนอร่อยแบบที่มีขายในเซเว่นอีเลฟเว่น เมื่อมันถูกทำลายได้ง่ายจากทางอากาศโดยไข่เหล็กจากเครื่องบินขับไล่ F-16 ของกองทัพอากาศไทย
ไม่เพียงเท่านี้ในพื้นที่ภาคอีสานของไทยยังมัหน่วยรบพิเศษของจากกองทัพบกไทย โดยเฉพาะ 2 ตัวตึงอย่างกรมรบพิเศษที่ 1 และ 2 หรือที่เรียกติดปากว่าหน่วยรบป่าหวายมีประวัติการรบที่โชกโชนในพื้นที่อีสานใต้ โดยเฉพาะการบุกยึดเนิน 677 และเนิน 500 ในอดีต
ปัจจุบันหน่วยรบพิเศษเหล่านี้มีการเตรียมความพร้อมรบสูงสุด ณ ที่ตั้งหน่วยเพื่อรอคำสั่งปฏิบัติการในสมรภูมิที่เปราะบางอย่างเนิน 745
หากมีการปะทะรอบ 3 ระเบิดขึ้นจากนำรถถัง Type 59D เข้ามาไม่ต่างอะไรกับวัตถุไวไฟที่พร้อมเผาทุกอย่างให้มอดไหม้ กองทัพบกไทยพร้อมตอบโต้แบบยิงมายิงกลับไม่กลัว ทหารราบของไทยมีจรวดต่อต้านรถถัง Javelin จากสหรัฐฯ จำนวนกว่า 300 นัด ซึ่งเป็นอาวุธที่สร้างชื่อในการทำลายรถถังในสงครามยูเครน นอกจากนี้ยังมีระบบ Spike MR จากอิสราเอลที่มีระบบนำวิถีแบบยิงแล้วลืม หรือ Fire-and-Forget สามารถเจาะเกราะปฏิกิริยา (ERA) ของ Type 59D ได้อย่างง่ายดาย
หากมีการปะทะรอบ 3 กองทัพอากาศไทยอาจส่งฝูงบินเครื่องบินขับไล่ F-16 บินขึ้นจากโคราชขึ้นบินลาดตระเวนและใช้กำลังด้วยระเบิดนำวิถีที่มีความแม่นยำสูง แม้แต่นำไปจอดซุ่มในป่าตามแนวชายแดน Type 59D ก็หนีไม่พ้น
การโจมตีโดยเครื่องบินรบ F-16 ของกองทัพอากาศได้อาจทำให้รถถัง Type 59D ที่เคลื่อนที่หรือจอดซุ่มที่ป่าตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา กลายเป็นก๋วยเตี๋ยวเรือสุดแสนอร่อยสำหรับลิ้นลูกทัพฟ้า
F-16 กของกองทัพอากาศไทยสามารถเปลี่ยน Type 59D ของกองทัพบกกัมพูชาจากวัตถุไวไฟที่เป็นชนวนเหตุการณ์ปะทะสู่เศษเหล็กกลางป่าชายแดน
เมื่อพิจารณาจากภูมิประเทศชายแดนที่เป็นภูเขาและหน้าผา ซึ่งสภาพภูมิประเทศเช่นนี้เป็นการกดดันให้รถถังต้องเคลื่อนที่เรียงแถวตามถนนแคบๆ ทำให้ F-16 สามารถโจมตีจากระยะไกลด้วยระเบิดนำวิถีได้อย่างรวดเร็วและสิ้นสภาพทั้งขบวน
ข้อมูลจำเพาะรถถังหลัก Type 59D
ประเทศผู้ผลิต : สาธารณรัฐประชาชนจีน
บริษัทผู้ผลิต : Norinco
ประเภท : รถถังหลัง
ปีที่ประจำการ : พ.ศ.2502
เจ้าหน้าที่ : 4 นาย
หน้ก : 36,000 กิโลกรัม/ 35.4 ต้น
ยาว : 9 เมตร
สูง : 2.59 เมตร
กว้าง : 3.27 เมตร
เกราะหนาที่สุด : 203 มม./ 7.99 นิ้ว
เครื่องยนต์ : เครื่องยนต์ดีเซลรุ่น 12150 L7 ให้กำลัง 580 แรงม้า
ความเร็วสูงสุด : 50 กิโลเมตร/ชั่วโมง
รัศมีทำการ : 580 กิโลเมตร
อาวุธ :
อาวุธหลัก : ปืนลำกล้องเกลียว Type 94-1 ขนาด 105 มม.
อาวุธรอง : ปืนกล ขนาด 7.62 มม./ 0.3 นิ้ว และ 12.7 มม./ 0.5 นิ้ว อย่างละ 1กระบอก
ปีที่เริ่มประจำการ : พ.ศ.2538-ปัจจุบัน
สถานะ : อยู่ในประจำการ
ด้วยความได้เปรียบของ F-16 ทำให้รถถังสูญเสียน้อยในการปะทะกับกัมพูชาทั้ง 2 ครั้ง
รถถัง Type 59D ในขณะนี้กำลังถูกจับตามองจากฝ่ายความมั่นคงของไทย โดยอิงอาศัยบทเรียนจาก 2 สมรภูมิก่อนหน้าที่กองทัพไทยมีบทบาทในการต่อสู้กับรถถังกัมพูชา เเม้ฝ่ายไทยจะรู้ดีว่าการต่อสู้กับรถถังกัมพูชาเป็นเรื่องง่าย แต่กองทัพไทยก็ไม่ประมาทและเตรียมความพร้อมรบไว้ตลอด 24 ชั่วโมงในการปกป้องอธิปไตยจนกว่าฝ่ายตรงข้ามจะสิ้นสภาพ สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
พลเอก รังษี กิติญาณทรัพย์
รศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช
พลเอก นิพัทธ์ ทองเล็ก
รายการถกไม่เถียง
Gemini AI
Army Military Force-สำรอง
Thai History
ข่าวจริงประเทศไทย
wing7RTAF
penpluemmmmmmm
JONATHAN VERSCHUUREN
เรียบเรียงโดย : แดง ภูมะเขือ
โฆษณา