เมื่อวาน เวลา 06:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ

สูตรจัดพอร์ตผสม หุ้นไทยและต่างประเทศ ผ่านตลาดหุ้นไทย แบบไม่ต้องกังวลภาษี / ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง x SET

โอกาสดี ๆ ไม่ได้มีแค่ในตลาดหุ้นไทย คงเป็นประโยคที่สะท้อนให้เห็นภาพการลงทุนในช่วงที่ผ่านมาได้
เป็นอย่างดี เพราะคนไทยนิยมไปลงทุนหุ้นต่างประเทศมากขึ้น
แต่จริง ๆ แล้ว ประโยคนี้คงต้องพูดใหม่ว่า โอกาสดี ๆ ทั่วโลกมีได้ในตลาดหุ้นไทย
เพราะปัจจุบัน เราสามารถลงทุนหุ้นต่างประเทศได้แล้วผ่าน DR ซึ่งนี่จะกลายเป็นข้อได้เปรียบใหม่ให้กับนักลงทุนไทย ที่สามารถจัดพอร์ตสูตรผสมระหว่างหุ้นไทยและต่างประเทศไปพร้อมกันได้อีกด้วย
ทำไม DR ถึงเป็นข้อได้เปรียบใหม่ ของ นักลงทุนไทย ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
จริง ๆ แล้ว ในปีที่ผ่านมา แม้ข่าวเศรษฐกิจจะไม่ค่อยดีมากนักในบ้านเรา
แต่รู้ไหมว่า ในปีที่แล้ว จำนวนเงินปันผลที่บริษัทในตลาดหุ้นไทยจ่ายรวมกัน มากถึง 651,239 ล้านบาท ซึ่งเป็นจำนวนเงินปันผลรวมที่เรียกได้ว่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของตลาดหุ้นไทยเลยทีเดียว
แถมปัจจุบัน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยก็มีโครงการที่ชื่อว่า JUMP+
ด้วยกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ชัดเจน สามารถเพิ่มมูลค่ากิจการอย่างยั่งยืน และช่วยให้มูลค่าหุ้นสะท้อนปัจจัยพื้นฐานที่แท้จริง
แปลว่าในอีกมุมหนึ่ง หุ้นไทยก็เป็นหนึ่งในการลงทุนที่น่าสนใจ
เพราะกลายเป็นเครื่องจักรผลิตเงินสดจากเงินปันผลให้กับนักลงทุนที่ได้รับกลับมา
เมื่อรวมกับแผนการเติบโตผ่าน JUMP+ ที่ช่วยให้นักลงทุนเห็นภาพการเติบโตของธุรกิจชัดเจน ก็ยิ่งทำให้หุ้นไทยในแต่ละบริษัทสามารถคาดการณ์การเติบโตได้ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม ทุกการลงทุนก็เหมือนการที่เราถือไข่ไว้ในตะกร้า
ถ้าเรากระจุกไข่ไว้ในตะกร้าใบเดียว ก็อาจมีความเสี่ยงจากการลงทุนที่มากเกินไปหากมีเหตุการณ์ไม่คาดคิด หรือร้ายแรงสุดคือ Black Swan เกิดขึ้น แม้อาจเป็นภาวะที่เกิดขึ้นได้ยาก แต่ถ้าเกิดแล้วจะมีผลกระทบมหาศาลแบบที่เราคาดไม่ถึง
ซึ่งถ้าเป็นเมื่อก่อน การกระจายความเสี่ยงแบบเดิมในตลาดหุ้นไทย คือการกระจายการลงทุนไปในหลายอุตสาหกรรม เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการลงทุนแบบไม่คาดคิด
แต่ในวันนี้ นักลงทุนมีเครื่องมือการกระจายความเสี่ยงแบบใหม่ในตลาดหุ้นไทยมากขึ้น นั่นคือ DR ที่สามารถลงทุนในหุ้นประเทศต่าง ๆ เพื่อเกาะกระแสไปกับเทรนด์โลกที่เกิดขึ้นได้
ซึ่งจะกลายเป็นข้อได้เปรียบให้กับนักลงทุนไทยเพิ่มเติมได้อีกด้วย
แล้วทำไม DR ในตลาดหุ้นไทย ถึงสร้างข้อได้เปรียบใหม่ ให้กับนักลงทุนไทย ?
เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปในตัวเลขการจ่ายเงินปันผลเป็นประวัติการณ์ของหุ้นไทย 651,239 ล้านบาท หุ้นไทยจึงกลายเป็นเครื่องจักรผลิตเงินปันผลมาให้กับนักลงทุนในช่วงที่ผ่านมา
พอเป็นแบบนี้ หุ้นไทยจึงอาจเปรียบเสมือนแกนกลางพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนไทย ที่สามารถสร้างกระแสเงินสดจากเงินปันผลได้ต่อเนื่อง
และในส่วนของแกนเสริมพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนไทยนี้เอง ก็สามารถใช้เครื่องมืออย่าง DR เข้ามาเสริมการลงทุนในเชิงรุกไปยังตลาดต่างประเทศ
ซึ่งปัจจุบันมีตัวเลือกให้ลงทุนหุ้นต่างประเทศผ่านตลาดหุ้นไทยหลักร้อยตัวไปแล้ว
โดยหุ้นต่างประเทศที่สามารถลงทุนได้ผ่านตลาดหุ้นไทย ก็มีหลากหลายธีมการลงทุนให้เลือก
ไม่ว่าจะเป็นในกลุ่มหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ กลุ่มไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยว กลุ่มโซเชียลมีเดีย กลุ่มการเงิน กลุ่มสุขภาพ กลุ่มเครื่องแต่งกาย กลุ่มแบรนด์หรู กลุ่มยานยนต์ กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม กลุ่มอีคอมเมิร์ซ และกลุ่มอื่น ๆ กว่า 400 ตัวเลยทีเดียว
จริง ๆ ก็ไม่ใช่แค่ DR ที่อ้างอิงเฉพาะในหุ้นต่างประเทศรายตัวแค่อย่างเดียว
แต่ยังมี DR อ้างอิง ETF ที่รวมหุ้นต่างประเทศหลายตัวเข้าไว้ด้วยกันอีกด้วย
แกนเสริมพอร์ตการลงทุนผ่าน DR นี้เอง
ทำให้เราสามารถเกาะขบวนไปกับหุ้นของประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่กว่าประเทศไทยมาก
เพราะปัจจุบันขนาดเศรษฐกิจไทยคิดเป็นราว 1% ของขนาดเศรษฐกิจโลกเท่านั้น
นอกจากข้อได้เปรียบเรื่องการเป็นแกนเสริมพอร์ตการลงทุนได้ง่าย ๆ ผ่านตลาดหุ้นไทยแล้ว
การซื้อขายได้ง่าย ๆ ด้วยเงินบาท และข้อกำหนดภาษีก็เป็นเรื่องที่ทำให้นักลงทุนไทยได้เปรียบมากขึ้น
เพราะปัจจุบัน การซื้อขาย DR จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ หากได้กำไรจากการซื้อขายเหมือนกับการซื้อขายหุ้นไทยโดยปกติ
และหากได้รับเงินปันผลจาก DR ที่เราถืออยู่ ก็จะโดนหักภาษี 10% ณ ที่จ่าย
ซึ่งพอเงื่อนไขเป็นแบบนี้ ทำให้นักลงทุนไทยสามารถลงทุนหุ้นต่างประเทศได้สะดวกมากขึ้น โดยไม่ต้องกังวลเรื่องภาษีต่าง ๆ ที่ต้องจัดการเพิ่มเติมหากไปลงทุนในต่างประเทศ นั่นเอง
และในปัจจุบัน เพื่อให้ราคา DR สะท้อนราคาที่เปลี่ยนแปลงในตลาดหุ้นต่างประเทศต้นทาง หลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดอเมริกา-ยุโรป สามารถซื้อขายได้ตั้งแต่เวลา 10.00-16.30 น. และ 19.00-03.00 น. ของวันถัดไป ส่วนหลักทรัพย์อ้างอิงที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทวีปเอเชีย จะสามารถซื้อขายได้ตั้งแต่เวลา 10.00-16.30 น.
เงื่อนไขเวลาที่ปรับให้กับนักลงทุนไทยแบบนี้
ทำให้การลงทุนหุ้นต่างประเทศทำได้สะดวกมากขึ้นไปอีก
เพราะเราสามารถอ้างอิงการเปลี่ยนของราคาในตลาดหุ้นต่างประเทศ แทนที่จะใช้เวลาเดิมของการเปิดทำการของตลาดหุ้นไทยที่อาจไม่ตรงกับเวลาของตลาดหุ้นต่างประเทศ
โดยเฉพาะในฝั่งตลาดอเมริกา และยุโรป ที่เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในตลาดที่สำคัญของโลก
ทั้งหมดนี้ อาจพูดได้ว่า ปัจจุบัน DR กลายเป็นข้อได้เปรียบใหม่ให้กับนักลงทุนไทย
เพราะสามารถใช้เป็นแกนเสริมของพอร์ตการลงทุนผ่านตลาดหุ้นไทย
ให้เป็นพอร์ตการลงทุนเชิงรุกให้กับเรา ควบคู่ไปกับการมีหุ้นไทยเป็นพอร์ตการลงทุนเชิงรับ จากปริมาณเม็ดเงินปันผลที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงที่ผ่านมา
คำถามที่ตามมาคือ แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าควรจัดพอร์ตสูตรผสมหุ้นไทยและต่างประเทศเป็นแบบไหน ในภาวะเศรษฐกิจไทยและโลกในปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
คำตอบนี้ สามารถมาหาได้ในงาน SET in the City 2026 ใน Session 2 : จัดพอร์ตให้แพ้ยาก ในยุคหุ้นไทย UNDERVALUED ซึ่งจะมาเจาะลึกการผสมพอร์ตลงทุนด้วย DR หรือ ETF ที่เป็นโอกาสการลงทุนต่างประเทศ
โดยงานนี้จะจัดขึ้นที่สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 ระหว่างวันที่ 20-21 มิถุนายน 2569
ที่ไม่ว่าเราจะเป็นนักลงทุนไทยมือใหม่หรือมือฉมังแล้ว ก็สามารถมาเก็บเกี่ยวความรู้ได้ไม่อั้นเพื่อสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืนในอนาคตฉบับของตัวเราเอง..
คลิกลงทะเบียนล่วงหน้า ฟรี >> https://s.setth.org/lax
โฆษณา