VoxPop Logo
VoxPop Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ด.ดล Blog
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
15 มิ.ย. เวลา 12:00 • ธุรกิจ
DuckDuckGo ผงาด! เสิร์ชเอนจินทางเลือกที่คืนอำนาจให้คนเกลียด AI
เคยสงสัยกันมั๊ยครับว่าในสมาร์ตโฟนหรือคอมพิวเตอร์ที่เราใช้งานกันอยู่ทุกวัน มีสิ่งหนึ่งที่เราแทบจะขาดไม่ได้เลย
สิ่งนั้นคือช่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่เอาไว้ค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต…
เราพิมพ์สิ่งที่อยากรู้ลงไป แล้วระบบก็ส่งคำตอบกลับมาเป็นรายการเว็บไซต์ให้เราเลือกกดเข้าไปอ่าน ซึ่งโลกของเราหมุนแบบนี้มาตลอดหลายสิบปี
บริษัทยักษ์ใหญ่ที่ผูกขาดช่องสี่เหลี่ยมนี้มาอย่างยาวนานและแทบจะไม่มีใครมาล้มได้ก็คือ Google
ย้อนกลับไปในช่วงที่อินเทอร์เน็ตยังเป็นเรื่องใหม่ หน้าเว็บของ Google ถือกำเนิดขึ้นมาด้วยความเรียบง่าย ไม่มีโฆษณาหรือป๊อปอัปมารบกวนสายตา
มีเพียงโลโก้และช่องว่างให้คนพิมพ์ค้นหา ความเรียบง่ายนี้เองที่ทำให้พวกเขาสามารถเอาชนะคู่แข่งในยุคนั้นอย่าง Yahoo ไปได้อย่างราบคาบ…
Google กลายเป็นมากกว่าชื่อบริษัท แต่กลายเป็นคำกริยาที่ผู้คนทั่วโลกใช้พูดติดปากเวลาต้องการหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต
แต่ประวัติศาสตร์ของโลกธุรกิจมักมีบทเรียนซ้ำรอยให้เราเห็นเสมอ
บริษัทที่เคยยิ่งใหญ่ระดับโลกอย่าง Nokia หรือ Motorola ก็เคยเผชิญกับจุดเปลี่ยนที่คาดไม่ถึงมาแล้ว
การยึดติดกับความสำเร็จเดิม หรือการเร่งเดินหน้าเทคโนโลยีโดยไม่ฟังเสียงผู้บริโภค อาจนำไปสู่การสะดุดล้มของบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกได้…
1
และวันนี้ ดูเหมือนว่า Google กำลังเดินมาถึงทางแยกที่สำคัญเช่นกัน
จุดเปลี่ยนสำคัญเริ่มต้นขึ้นเมื่องาน I/O ซึ่งเป็นงานประชุมนักพัฒนาประจำปีของบริษัท ทางผู้บริหารได้ออกมาประกาศแผนการครั้งประวัติศาสตร์
นั่นคือการยกเครื่องระบบค้นหาครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยจะเปลี่ยนช่องค้นหาแบบเดิมๆ ให้กลายเป็นกลไกการสนทนาโต้ตอบแบบล้ำสมัยผ่าน AI
ระบบใหม่นี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อแสดงรายการลิงก์เว็บไซต์ยาวๆ อีกต่อไป แต่มันถูกสร้างมาเพื่อรองรับคำค้นหาที่ซับซ้อนขึ้น และคาดเดาเจตนาของผู้ใช้งาน…
ที่สำคัญที่สุดคือระบบจะใช้ฟีเจอร์ AI Overviews เพื่อประมวลผลและสร้างคำตอบให้กับผู้ใช้งานโดยตรงเป็นอันดับแรก
นอกจากนี้ยังได้เปิดตัว AI Mode ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานสามารถตั้งคำถามต่อเนื่อง เจาะลึกพูดคุยกับระบบได้อย่างลื่นไหล
ฟังดูเผินๆ นี่คือความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่น่าตื่นเต้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว เสียงตอบรับจากผู้ใช้งานกลับไม่ได้เป็นไปในทิศทางที่บริษัทคาดหวัง…
มีเรื่องที่น่าสนใจเกิดขึ้นหลังจากที่มีการประกาศการเปลี่ยนแปลงนี้
ผู้ใช้หลายคนเริ่มหันไปหาทางเลือกอื่นตัวอย่างเช่น DuckDuckGo
ซึ่งเหตุผลของมันเรียบง่ายและตรงไปตรงมามากๆ
นั่นคือระบบของค่ายนี้อนุญาตให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกที่จะปฏิเสธการใช้งานเทคโนโลยี AI ได้…
แม้ว่าทางโฆษกของบริษัทจะออกมาชี้แจงว่า จริงๆ แล้วฟีเจอร์นี้มีให้ใช้งานมานานกว่าสองปีแล้ว และไม่ได้ถูกตั้งค่าให้เป็นระบบเริ่มต้นเสียหน่อย
แต่คำชี้แจงนั้นก็ไม่อาจหยุดกระแสการวิพากษ์วิจารณ์และการต่อต้านที่เกิดขึ้นอย่างดุเดือดในโลกออนไลน์ได้เลย…
หลายคนในวงการเทคโนโลยีเริ่มออกมาโต้แย้งว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจเป็นจุดจบของระบบเว็บเปิดที่ให้อิสระแก่ผู้คน
เพราะเมื่อสมองกลเป็นผู้สรุปคำตอบให้ทั้งหมด ผู้ใช้งานก็ไม่มีความจำเป็นต้องคลิกเข้าไปอ่านเนื้อหาในเว็บไซต์ต้นทางอีกต่อไป
เมื่อเว็บไซต์ต่างๆ ขาดผู้เข้าชมและขาดรายได้ ในที่สุดผู้สร้างคอนเทนต์ก็อาจอยู่ไม่ได้ นี่คือความกังวลในระดับโครงสร้างของโลกอินเทอร์เน็ต
ในขณะที่ผู้ใช้งานทั่วไปก็แสดงความกังวลในอีกแง่มุมหนึ่ง พวกเขามองว่าหลายครั้งระบบก็ยังคงแสดงข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือผิดเพี้ยนจากความจริง…
แต่สิ่งที่เลวร้ายที่สุดสำหรับผู้ใช้งานคือ พวกเขารู้สึกว่ากำลังถูกริดรอนสิทธิ์ในการควบคุม พวกเขาไม่ได้อยากใช้เทคโนโลยี AI นี้ทุกครั้งที่ค้นหาข้อมูล
บางครั้งการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเข้ามาแทรกแซงก็ทำให้เรื่องง่ายๆ กลายเป็นเรื่องที่ซับซ้อนจนเกินความจำเป็นและสร้างความน่ารำคาญใจ
ยกตัวอย่างเช่น หากเพียงแค่ต้องการค้นหาความหมายของคำศัพท์ภาษาอังกฤษธรรมดาๆ อย่างคำว่า disregard การมีระบบมาร่ายยาวอธิบายก็อาจจะมากเกินไป
จากความรู้สึกที่ว่ากำลังถูกบริษัทยักษ์ใหญ่ “ยัดเยียด” เทคโนโลยีให้โดยไม่เต็มใจ ผู้คนจำนวนมากจึงเริ่มหันหลังให้กับช่องค้นหาที่คุ้นเคย…
ผู้คนเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ ซึ่งจังหวะนี้เองที่ DuckDuckGo เสิร์ชเอนจินทางเลือกที่ชูจุดเด่นด้านการรักษาความเป็นส่วนตัว ได้ก้าวเข้ามารับช่วงต่อ
หลายคนอาจจะยังไม่คุ้นเคยกับชื่อนี้ บริษัทนี้ก่อตั้งขึ้นและดำเนินการมาหลายปีแล้ว โดยมีจุดยืนที่ชัดเจนคือการไม่ติดตามข้อมูลผู้ใช้งาน
ระบบจะไม่เก็บข้อมูล และไม่นำข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานไปขายโฆษณาเด็ดขาด
แต่ก็ต้องบอกว่าที่ผ่านมาแพลตฟอร์มนี้ก็ไม่เคยสามารถเจาะกำแพงของผู้นำตลาดได้เลย
พวกเขาครองส่วนแบ่งในตลาดการค้นหาของสหรัฐอเมริกาเพียงประมาณ 2% เท่านั้น…
ประเด็นเรื่องการผูกขาดนี้เป็นเรื่องที่ Gabriel Weinberg ซีอีโอของบริษัทพยายามต่อสู้มาตลอดหลายปีที่ผ่านมา
ย้อนกลับไปในช่วงที่มีการพิจารณาคดีการผูกขาดทางการค้าในศาลเมื่อปี 2023 เขาได้เคยขึ้นให้การเป็นพยานสำคัญ
เขาชี้ให้เห็นว่า สัญญาผูกขาดที่บริษัทยักษ์ใหญ่ทำกับบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ต่างๆ ได้สร้างความเสียหายและปิดกั้นโอกาสที่บริษัทของเขาจะเติบโต
แต่ในวันนี้ สถานการณ์กำลังเปลี่ยนไป ไม่ใช่เพราะคำตัดสินของศาล แต่เป็นเพราะความต้องการที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคเอง…
Gabriel Weinberg ได้ออกแถลงการณ์ที่น่าสนใจ เขาพาดพิงถึงการเปลี่ยนแปลงระบบค้นหาของ Google อย่างตรงไปตรงมาและดุเดือด
เขาระบุว่าคู่แข่งกำลังยัดเยียดการใช้งานระบบอัตโนมัติให้กับผู้ใช้โดยไม่เปิดช่องทางให้เลือกปฏิเสธได้อย่างอิสระ
ผลที่ตามมาก็คือ ผลการค้นหานั้นกำลังแย่ลงเรื่อยๆ ไม่ได้มีความแม่นยำหรือดีขึ้นอย่างที่ควรจะเป็นเลย
ในทางกลับกัน บริษัทของเขาต้องการเป็นแพลตฟอร์มที่มอบอำนาจให้ผู้ใช้เป็นผู้ควบคุม และให้ตัดสินใจได้เองว่าอยากใช้งานเทคโนโลยีมากน้อยเพียงใด…
คำพูดนี้ไม่ใช่แค่การโจมตีคู่แข่งทางการค้า แต่เป็นคำพูดที่มีตัวเลขสถิติยืนยันและรองรับอย่างชัดเจน
ตอนนี้ดูเหมือนว่าผู้ท้าชิงรายนี้กำลังเริ่มกอบโกยผลประโยชน์มหาศาลจากการที่ผู้บริโภคพากันหนีห่างจากการถูกบังคับให้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม
ข้อมูลจากทางบริษัทเปิดเผยว่า ยอดการติดตั้งแอปพลิเคชันในสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึง 18.1% เมื่อเทียบแบบสัปดาห์ต่อสัปดาห์
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงระหว่างวันที่ 20 พฤษภาคม ถึง 25 พฤษภาคม หากเทียบกับช่วงสัปดาห์ก่อนหน้าอย่างชัดเจน…
ที่น่าสนใจคือ อัตราการเติบโตนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่ชั่วข้ามคืน แต่คงอยู่อย่างต่อเนื่องเป็นเวลาถึง 6 วันติดต่อกัน
ยอดการติดตั้งแอปพลิเคชันพุ่งไปแตะจุดสูงสุดที่ 30.5% ยิ่งไปกว่านั้นหากเจาะจงไปที่กลุ่มผู้ใช้งานบนระบบปฏิบัติการ iOS อัตรากลับพุ่งทะยานสูงยิ่งกว่า
โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 33% และทำสถิติสูงสุดถึง 69.9% ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สร้างความประหลาดใจให้กับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ผู้ใช้สมาร์ตโฟนจำนวนมากพร้อมที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมความเคยชินของตัวเอง เพื่อหลีกหนีจากระบบค้นหาแบบเดิม…
นอกจากตัวแอปพลิเคชันบนมือถือแล้ว บริษัทยังได้เผยข้อมูลที่น่าทึ่งอีกอย่างนึง นั่นคือยอดการเข้าชมหน้าเว็บเฉพาะกิจที่ตั้งใจปิดฟีเจอร์ล้ำสมัยทิ้งทั้งหมด
หน้าเว็บนี้คือช่องค้นหาที่ถูกออกแบบมาเพื่อคนที่ไม่อยากพึ่งพาสมองกล เมื่อเข้ามาใช้งาน ระบบจะแสดงผลแบบดั้งเดิมล้วนๆ ไม่มีอะไรมาแทรกแซง
ปรากฏว่าหน้าเว็บดังกล่าวนี้ มียอดการเข้าชมเติบโตเฉลี่ยที่ 22.7% ต่อสัปดาห์ และแตะจุดสูงสุดที่ 27.7%…
แม้ว่าทางโฆษกของฝั่งผู้นำตลาดจะพยายามชี้แจงว่า บริษัทเองก็มีตัวกรองบนหน้าค้นหาสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการเห็นเพียงแค่ลิงก์เว็บไซต์สีน้ำเงินแบบดั้งเดิมเช่นกัน
แต่ดูเหมือนว่าผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยจะสูญเสียความเชื่อมั่นและเลือกที่จะย้ายค่ายไปทดลองใช้สิ่งใหม่ๆ เสียแล้ว
แนวโน้มการเติบโตแบบก้าวกระโดดนี้เห็นได้ชัดเจนเป็นพิเศษในพื้นที่สหรัฐอเมริกา และบริษัทยังคงเก็บเกี่ยวผู้ใช้งานหน้าใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แม้กระทั่งในช่วงวันหยุดยาวของเทศกาล Memorial Day ซึ่งปกติแล้วการใช้งานอินเทอร์เน็ตเพื่อค้นหาข้อมูลมักจะลดลง ผู้คนกลับเลือกใช้วันหยุดเพื่ออพยพหนีการผูกขาด…
แน่นอนว่าเราไม่อาจเชื่อข้อมูลจากฝั่งบริษัทเพียงฝ่ายเดียวได้ แต่ข้อมูลทั้งหมดนี้กลับได้รับการยืนยันโดยบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลที่เป็นบุคคลที่สามอย่าง Apptopia
บริษัทแห่งนี้ตรวจพบความเคลื่อนไหวที่สอดคล้องกัน โดยพบว่ายอดดาวน์โหลดเฉลี่ยรายวันในสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้นถึง 29% และเพิ่มขึ้น 12% ในภาพรวมของทั้งโลก
มาถึงตรงนี้ หลายคนอาจจะตั้งคำถามว่า หรือว่าบริษัทที่เติบโตขึ้นมานี้จะเป็นพวกต่อต้านนวัตกรรม และไม่ยอมปรับตัวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่…
คำตอบคือไม่ใช่เลย ในความเป็นจริง พวกเขาก็มีผลิตภัณฑ์ล้ำยุคของตนเองเช่นกัน โดยใช้ชื่อแพลตฟอร์มว่า Duck .ai
ระบบนี้เปิดให้ใช้งานได้ฟรีและที่สำคัญที่สุดคือไม่จำเป็นต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวเพื่อสมัครบัญชีผู้ใช้ใดๆ ทั้งสิ้น
บริษัทไม่ได้สร้างโมเดลภาษาของตัวเองขึ้นมาใหม่ แต่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางที่ให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงความสามารถระดับแนวหน้าของโลกได้
ไม่ว่าจะเป็นโมเดล Claude 4.5 Haiku ของบริษัท Anthropic หรือโมเดล Llama 4 Scout ของบริษัท Meta…
รวมถึงโมเดล Small 3 24B ของบริษัท Mistral และโมเดลยอดฮิตอย่าง GPT-5 mini ของบริษัท OpenAI
จุดเด่นที่แท้จริงของแพลตฟอร์มนี้คือเรื่องความเป็นส่วนตัว การสนทนาทั้งหมดของคุณกับหน้าจอจะเป็นความลับขั้นสูงสุด
ระบบจะทำหน้าที่เป็นเหมือนกำแพงกั้นกลาง โดยจะทำการลบที่อยู่ไอพีของผู้ใช้งานทิ้งทั้งหมดก่อนที่คำสั่งจะถูกส่งต่อไปถึงผู้ให้บริการแต่ละค่าย
นอกจากนี้ ระบบยังถูกตั้งค่าอย่างตายตัวให้ลบประวัติการสนทนาทิ้งภายใน 30 วัน และมีระบบป้องกันความปลอดภัยที่เข้มงวด…
พวกเขาป้องกันไม่ให้มีการนำข้อมูลแชทหรือข้อมูลส่วนตัวไปใช้ในการฝึกฝนเพื่อพัฒนาโมเดลของบริษัทใดๆ อย่างเด็ดขาด
Gabriel Weinberg กล่าวย้ำว่า ทุกสิ่งที่คุณทำถือเป็นความลับส่วนบุคคล ไม่มีการเก็บรวบรวมประวัติการค้นหา และไม่มีข้อมูลใดถูกนำไปใช้ประโยชน์แอบแฝง
และเพื่อให้ครอบคลุมทุกความต้องการ บริษัทยังมีบริการ Search Assist ซึ่งทำงานคล้ายคลึงกับ Google เพื่อตอบโจทย์คนที่ยังอยากให้มีระบบมาช่วยสรุปข้อมูล…
พร้อมกันนี้ยังมี AI Image Filter ซึ่งเป็นตัวกรองอัจฉริยะที่คอยคัดแยกรูปภาพที่ถูกสร้างขึ้นจากระบบคอมพิวเตอร์ออกจากหน้าผลการค้นหาโดยอัตโนมัติ
Kamyl Bazbaz ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการสื่อสารของบริษัท ได้กล่าวเสริมว่า ฟีเจอร์ทั้งสองตัวนี้ถือเป็นฟีเจอร์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดของบริษัท
แม้ว่าเมื่อมองผิวเผินแล้ว ปรัชญาการทำงานของสองสิ่งนี้จะดูขัดแย้งกันเองในตัวเองอยู่บ้างก็ตาม…
ฟีเจอร์หนึ่งใช้สมองกลสรุปข้อมูลให้รวดเร็วขึ้น ส่วนอีกฟีเจอร์หนึ่งใช้บล็อกผลงานที่ถูกสร้างมาจากระบบ AI เหล่านี้
แต่แก่นแท้ของเรื่องนี้ ไม่ใช่การเลือกว่าเราควรจะกอดรับความเปลี่ยนแปลงหรือตั้งป้อมต่อต้านนวัตกรรม
ประโยคสั้นๆ จากผู้บริหารได้สรุปหัวใจสำคัญของเรื่องราวทั้งหมดไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เขาบอกว่า ผู้คนก็แค่ต้องการทางเลือก…
ในขณะที่สงครามแย่งชิงผู้ใช้งานกำลังดำเนินไปอย่างดุเดือด ทางฝั่งของ Google ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ
โฆษกของบริษัทได้พยายามปกป้องทิศทางขององค์กร โดยชี้ให้สื่อมวลชนกลับไปดูข้อมูลในบทความบล็อกที่เพิ่งตีพิมพ์โดย Elizabeth Reid รองประธานฝ่ายค้นหา
ในบทความนั้นระบุชัดเจนว่า หลังจากผ่านไปหนึ่งปีเต็มนับตั้งแต่เริ่มการเปลี่ยนแปลง ฟีเจอร์ดังกล่าวมีจำนวนผู้ใช้งานทะลุ 1 พันล้านคนต่อเดือนไปแล้ว…
นอกจากนี้ยังมีปริมาณคำค้นหาบนระบบที่เพิ่มสูงขึ้นมากกว่าสองเท่าในทุกๆ ไตรมาสนับตั้งแต่เริ่มต้นเปิดตัวมา
ตัวเลข 1 พันล้านคนคือเครื่องยืนยันในมุมมองของพวกเขาว่า ยังมีผู้คนอีกมหาศาลบนโลกใบนี้ที่พึงพอใจและพร้อมจะเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่บริษัทนำเสนอให้
เรื่องราวทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนผ่านที่สำคัญของโลกธุรกิจสายเทคโนโลยี
ในอดีต หน้าที่ของเสิร์ชเอนจินคือการเป็นบรรณารักษ์ที่คอยชี้เป้าหมายว่าหนังสือเล่มไหนอยู่ตรงไหนในห้องสมุดอันกว้างใหญ่…
แต่ในอนาคต ระบบเหล่านี้กำลังพยายามผันตัวมาเป็นนักปราชญ์ผู้รอบรู้ที่คอยอ่านหนังสือทุกเล่มและสรุปคำตอบให้เราฟังด้วยตัวเอง
การก้าวเดินครั้งนี้ถือเป็นการเดิมพันครั้งยิ่งใหญ่ของบริษัท หากสำเร็จ พวกเขาจะสามารถรักษาบัลลังก์การเป็นศูนย์กลางข้อมูลของโลกอินเทอร์เน็ตต่อไปได้อีกนาน
แต่ข้อควรระวังในสมรภูมิธุรกิจนี้คือ เส้นแบ่งระหว่างการมอบความสะดวกสบายกับการ “ยัดเยียด” สิ่งที่คนไม่ต้องการนั้นบางเฉียบ…
บริษัทยักษ์ใหญ่ที่เคยสร้างนวัตกรรมเปลี่ยนโลกอย่าง Nokia หรือ Motorola ล้วนเคยเรียนรู้บทเรียนราคาแพงมาแล้ว เมื่อพวกเขาประเมินทิศทางของความต้องการผิดพลาด
การเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดของ DuckDuckGo อาจจะเป็นเพียงแค่แรงกระเพื่อมเล็กๆ ในมหาสมุทรเมื่อเทียบกับขนาดธุรกิจมหาศาลของผู้นำตลาด
แต่มันก็เป็นสัญญาณเตือนภัยที่สำคัญ สัญญาณที่คอยย้ำเตือนบริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลกว่า เทคโนโลยีที่ดีที่สุดอาจไม่ใช่เทคโนโลยีที่ฉลาดล้ำยุคที่สุด…
แต่เป็นเทคโนโลยีที่ให้เกียรติ เคารพความต้องการ และรักษาสิทธิพื้นฐานของผู้ใช้งานมากที่สุดต่างหาก
ท้ายที่สุดแล้ว อนาคตของการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารจะตกเป็นของใคร จะเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่มุ่งหน้าบังคับใช้ความล้ำสมัยต่อไป
หรือจะเป็นม้ามืดที่ยอมถอยหนึ่งก้าวเพื่อคืนอำนาจการตัดสินใจกลับไปอยู่ในมือของผู้บริโภค คงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามดูกันต่อไปอย่างใกล้ชิด
References : [techcrunch, apptopia, theverge, searchengineland, wired]
◤━━━━━━━━━━━━━━━◥
หากคุณชอบคอนเทนต์นี้อย่าลืม 'กดไลก์'
หากคอนเทนต์นี้โดนใจอย่าลืม 'กดแชร์'
คิดเห็นอย่างไรคอมเม้นต์กันได้เลยครับผม
◣━━━━━━━━━━━━━━━◢
The original article appeared here
https://www.tharadhol.com/duckduckgo-rises/
ติดตามสาระดี ๆ อัพเดททุกวันผ่าน Line OA ด.ดล Blog
คลิกเลย -->
https://lin.ee/aMEkyNA
——————————————––
ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
=========================
Website :
www.tharadhol.com
VoxPop :
www.voxpop.com/tharadhol.blog
Fanpage :
Twitter :
Instragram :
instragram.com/tharadhol
TikTok :
Youtube :
Linkedin :
ธุรกิจ
เทคโนโลยี
การลงทุน
1 บันทึก
2
1
1
2
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 VoxPop
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ VoxPop
VoxPop เพื่อธุรกิจ
ไทย
Stay informed with global news and analysis
Discover trending videos and creator content
Link Terkait
Discover trending videos and creator content
Listen to popular podcasts and audio shows
Listen to popular podcasts and audio shows
Explore independent publishing and community storytelling
Catch up on entertainment news and reviews