15 มิ.ย. เวลา 16:01 • ปรัชญา
อะไรคือสิ่งที่ทุกคนโหยหากันแน่และต้องการสิ่งนั้นไปเพื่ออะไร ?
คำถามนี้ถูกลบ
โลกนี้มีแต่สิ่งหลอกลวง เกิดขึ้นที่อารมณ์นึกคิด ปรุงแต่งเกิดขึ้น สนตะพาย จูงจมูกจิต ที่อาศัยในกาย เหมือนจูงงัวจูงควาย จิตพอถูก อารมณ์สนตะพาย ก็สั่งกาย ไปรับใช้อารมณ์ .ที่ตัวอยากเกิดขึ้น อยากมีทรัพย์สินเงินทอง เชื่อเสียง มีคนบำเรอ รับใช้ ให้กายนี้สุขสบาย แต่จิตก็ ถูกอารมณ์มันจูง หลับใหล. ไม่ตื่นขึ้นมา
อะไรน่่ะมันจูงจิต มองก็ไม่เห็น .เสียด้วย ยังมีอีก .อารมณ์มันจร โจรจิต..มันขโมยจิตไป .สิ่งที่มองไม่เห็น อารมณ์นึกคิด ไม่มีตัวตน มันขโมยจิตไป นั่งฟัง.ฟังครู ฟังคนเค้า พูด สัมผัสที่หู แต่ใจ ไปโน้น คิดถึง บ้าน คิดถึง คนรัก คนชัง ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว แล้วยังบอกว่า มีสติ แท้จริงมันขาดสติตั้งนาน ถูก.สนตะพาย ไปเสียนาน กว่าจะรู้สึกตัว ตื่นขึ้นมา
เรื่องราว นำพา จิต ให้โหยหา ก็เรื่องอารมณ์ อยาก .พาให้เกิด โหยหา พาไปเสพ . อยู่ๆ มีกามตัณหาเกิดขึ้น มีรูป .ตาไปเห็นรูป สวยรูปงาม อยากได้มาครองมาเสพ มาอยู่ใกล้ อารมณ์ที่เกิดขึ้น มีความอยาก .ได้ อยากมี ก็นำกายที่มีอารมณ์ปรุงแต่ง อารมณ์นึกคิดที่อุปโลกน์ ขึ้นมา นำกายนี้ ไปหามา กายมันหิว อยากกิน จดว่า เค้าโฆษณาว่า ร้านนี้ ไอ้นั่นไอ้นี่ เสพให่ลิ้น รับรส ความเอร็ดอร่อยก็เกิดขึ้น
หรือ อาจจะ ไม่เอร็ดอร่อย ตามที่อารมณ์นึกคิด สร้างให้ ..พอสัมผัสกระทบลิ้น ..เอ้า .ผิดหวัง รสชาติ ไม่สมที่เค้าว่า โฆษณา . ไอ้.คนฟังคำโฆษณา ก็เขื่อ จึงนำกายนี้ ไปเสพ .ให้สมดังอารมณ์ที่ปรุงแต่งเกิดขึ้น อุปโลกน์นึกคิดไปได้ ว่าเอร็ดอร่อย ตามเสียงร่ำลือ .แต่มันก็ไม่สมตามที่ตาหูสัมผัส เค้าว่า เอร็ดอร่อย ..ของจริงๆ มันต้องเอาลิ้นไปสัมผัส ถึงจะรู้ว่า จริงดังคำโฆษณา
เรื่องราวอย่างนี้ รวมๆ เค้า ว่าโลกเค้าหลอกเราให้หลงใหล ไปจนว่า จิตมันหลับใหล ตามใจอารมณ์ที่ ที่อุปโลกน์ให้. แล้วจิตอยู่ในกาย ที่แก่ได้ เจ็บได้ ตายได้ หลับไหลให้เค้าสนตะพายจนวันตาย ก็ยังไม่ตื่นมาดูโลก ที่เค้าหลอกให้
โฆษณา