เหตุผลที่นักลงทุนเริ่มให้ความสนใจบริษัทมากขึ้น ก็คือ AI Server รุ่นใหม่ต้องรองรับการประมวลผลที่สูงขึ้น รวมถึงใช้พลังงานมากขึ้น และต้องส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูงขึ้น ทำให้ความต้องการวัสดุคุณภาพสูงสำหรับแผงวงจรเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
พูดอีกอย่างคือ แม้ Kingboard จะไม่ได้สร้าง AI โดยตรง แต่บริษัทกำลังขายวัสดุก่อสร้าง ที่ช่วยรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม AI
Marvell Technology: ผู้สร้างเครือข่ายที่ทำให้ AI ทำงานร่วมกันได้
หากชิป AI เปรียบเหมือนสมองของระบบ AI แล้ว Marvell Technology ก็อาจเปรียบเหมือนกับระบบประสาทที่เชื่อมต่อทุกอย่างเข้าด้วยกัน
เมื่อศูนย์ข้อมูล AI ต้องใช้ชิปจำนวนหลายพันหรือหลายหมื่นตัวทำงานร่วมกัน ข้อมูลจะต้องถูกส่งไปมาระหว่างชิป, หน่วยความจำ และเซิร์ฟเวอร์ต่างๆ อย่างรวดเร็วและแม่นยำ หากการเชื่อมต่อเหล่านี้ช้าเกินไป ต่อให้มีชิปที่ทรงพลังเพียงใด ระบบก็ไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
นี่คือเหตุผลที่เทคโนโลยีด้านเครือข่ายและการรับส่งข้อมูลของ Marvell มีความสำคัญมากขึ้นในยุค AI เพราะมันช่วยให้ส่วนประกอบจำนวนมหาศาลภายในศูนย์ข้อมูลสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แม้ผู้บริโภคทั่วไปอาจไม่เคยเห็นผลิตภัณฑ์ของบริษัทโดยตรง แต่ทุกครั้งที่โรงงานชิปตัดสินใจขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับความต้องการด้าน AI บริษัท Tokyo Electron ก็มักเป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้รับประโยชน์ก่อนใคร
ด้วยเหตุนี้ นักลงทุนจำนวนมากจึงมองบริษัทเป็นหนึ่งในตัวแทนของการเติบโตในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และ AI ระยะยาว
สรุป
ในปัจจุบัน การเติบโตของอุตสาหกรรม AI ยังต้องพึ่งพาบริษัทอีกจำนวนมากที่อยู่เบื้องหลัง และในขณะที่โลกกำลังเร่งลงทุนด้าน AI บริษัทเหล่านี้อาจไม่ใช่ชื่อที่ถูกพูดถึงมากที่สุด แต่พวกเขากำลังมีบทบาทสำคัญในการสร้างรากฐานที่ทำให้ยุค AI สามารถเดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งก็ทำให้บริษัทเหล่านี้เป็นตัวเลือกการลงทุนที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่อยากเกาะกระแส AI แต่ไม่อยากไล่ซื้อแค่หุ้นดังๆ
ที่มา: Marvell Q1 FY2027 Earnings Release, Reuters, MarketWatch, Tokyo Electron Company Reports, TrendForce Industry Research.