เมื่อวาน เวลา 11:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ

Allianz Global Investor นักวิศวกรรมการเงินเยอรมัน ผู้บริหารเงินนักลงทุน 11 ล้านล้านบาท /โดย ลงทุนแมน

ถ้าพูดถึงเยอรมนีหลายคนคงนึกถึงวิศวกรรมการผลิตที่มีคุณภาพสูง แค่เห็นคำว่า Made In Germany ก็ยกนิ้วโป้งขึ้นมาการันตีได้เลยว่าสินค้านั้นดี
คราวนี้ลองหันมาดูเรื่องวิศวกรรมการเงินแบบเยอรมันกันบ้าง จริง ๆ แล้ว ก็น่าสนใจและมีความละเอียดอ่อนไม่แพ้วิศวกรรมการผลิตเลย
วันนี้เราจะมาเรียนรู้แนวคิดนี้ผ่านบริษัทที่ชื่อว่า Allianz Global Investor ปัจจุบันบริษัทนี้บริหารสินทรัพย์อยู่กว่า 11 ล้านล้านบาททั่วโลก
บริษัทนี้เป็นเครือของ Allianz ซึ่งเป็นบริษัทประกันภัยสัญชาติเยอรมัน มูลค่าใหญ่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก
เราสามารถเรียนรู้แนวคิดวิศวกรรมการเงินอะไรจากพวกเขาได้บ้าง ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
Allianz Global Investor ก่อตั้งขึ้นในปี 1998
บริษัทแม่อย่าง Allianz ตัดสินใจแยกยูนิตนี้ออกมาเพื่อลุยตลาดการลงทุนเต็มตัวโดยเฉพาะ
ต่อมาก็ได้เข้าซื้อกิจการบริษัทจัดการสินทรัพย์ต่าง ๆ เข้ามาเสริมทัพมากขึ้น
จนปัจจุบันมีสินทรัพย์ภายใต้การจัดการมหาศาลระดับ 11 ล้านล้านบาท
ความน่าสนใจไม่ได้อยู่แค่ตัวเลขที่มหาศาลเพียงอย่างเดียว
แต่ยังซ่อนแนวคิดวิศวกรรมการเงินเบื้องหลังตามสไตล์เยอรมันเอาไว้ด้วย
เริ่มตั้งแต่เรื่องแรกคือ “การเน้นการลงทุนแบบยั่งยืน”
รู้หรือไม่ว่า Allianz Global Investor เริ่มต้นกลยุทธ์การลงทุนแบบยั่งยืนมาตั้งแต่ปี 2002
พวกเขาทำเรื่องนี้ก่อนที่โลกจะใช้คำว่า ESG อย่างเป็นทางการในปี 2004 เสียอีก
การลงทุนแบบยั่งยืนในมุมมองของพวกเขาไม่ได้เกี่ยวกับการรักษาสิ่งแวดล้อมเพียงแค่อย่างเดียว
แต่คือการปิดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินงานที่ไม่ได้มาตรฐานของบริษัทต่าง ๆ
หากมองกลับไปตามสไตล์วิศวกรรมเยอรมัน จะเห็นว่าขั้นตอนการผลิตทุกอย่างต้องใส่ใจรายละเอียด วิศวกรรมการเงินก็ไม่ต่างกัน ที่ต้องลงลึกถึงแก่นว่าบริษัทนั้นมีความยั่งยืนจริงหรือไม่
สิ่งนี้เรียกได้ว่าเป็นตะแกรงร่อนคัดกรองคุณภาพบริษัทไปในตัว
เรื่องต่อมาคือ “การเน้นลงทุนในระยะยาว”
ส่วนหนึ่งของเม็ดเงินกว่า 11 ล้านล้านบาทถูกแบ่งไปลงทุนใน Private Market สูงถึง 3.7 ล้านล้านบาท
Private Market คือ การลงทุนในสินทรัพย์ที่ไม่ได้อยู่ในตลาดหุ้นปกติ
หากเข้าไปดูพอร์ตการลงทุนจะพบว่าเม็ดเงินเหล่านี้ถูกนำไปวางเป็นโครงสร้างพื้นฐานกระดูกสันหลังของโลกแทบทั้งสิ้น มีตั้งแต่
- ฟาร์มโซลาร์เซลล์ในชิลี
- Data Center ในสหรัฐอเมริกา
- รถไฟพลังงานแบตเตอรี่ในเยอรมนี
- ศูนย์กักเก็บพลังงานในฟินแลนด์
ตลอดจนฟาร์มโซลาร์เซลล์และพลังงานลมอีกกว่า 150 แห่งทั่วโลก
ในโลกที่ AI กำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด ความต้องการใช้พลังงานก็พุ่งสูงตามไปด้วย
พวกเขาจึงเลือกลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ เพราะไม่ว่าใครจะเป็นผู้ชนะในสมรภูมิ AI ธุรกิจต้นน้ำกลุ่มนี้ก็จะมีแหล่งรายได้ที่มั่นคงและคาดการณ์ได้เสมอ
อีกแนวคิดหนึ่งที่น่าสนใจคือ “การเน้นลงทุนด้วยข้อมูลรอบด้าน”
1
แทนที่จะเชื่อแค่ข้อมูลตัวเลขทางเศรษฐกิจหรือรายงานบนหน้ากระดาษ
Allianz Global Investor เลือกทำสิ่งที่เรียกว่า Grassroots Research ควบคู่ไปด้วย
มันคือการวิจัยภาคสนามด้วยการลงพื้นที่ไปเก็บข้อมูลจริงผ่านเครือข่ายนักข่าวและคนในวงการอุตสาหกรรมทั่วโลก ตรงกับหลักการที่เรียกว่า Scuttlebutt ของคุณฟิลลิป ฟิชเชอร์
หลักการนี้เน้นให้เราสืบเสาะธุรกิจผ่านคนที่คลุกคลีโดยตรงอย่างพนักงานหรือคู่ค้า ทำให้การตัดสินใจลงทุนเฉียบคมและเห็นภาพความจริงมากกว่าตัวเลขในเอกสาร
คำถามคือ ทำไมแนวคิดที่ละเอียดลออแบบนี้
ถึงกลายเป็นกุญแจสำคัญในการลงทุน ?
1
ยกตัวอย่างหนึ่งในความสำคัญของแนวคิดนี้ ในตลาดที่ขึ้นชื่อว่ามีความซับซ้อนและท้าทายที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอย่างประเทศจีน
ดินแดนแห่งนี้มีเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนโยบายซึ่งการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้ในชั่วข้ามคืน ตลาดหุ้นจีนจึงเปรียบเสมือนเขาวงกตสำหรับนักลงทุนทั่วไป
ข้อมูลบนหน้ากระดาษเพียงอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอที่จะบอกว่าบริษัทไหนคือของจริง
นี่คือจุดที่วิศวกรรมการเงินเยอรมันสำแดงพลังได้ชัดเจนที่สุด
มาตรฐานการคัดกรองที่เข้มงวดสไตล์เยอรมันถูกนำมาผนวกกับอาวุธหนักอย่าง Grassroots Research
พวกเขาลงพื้นที่จริงทั่วแผ่นดินจีนเพื่อสืบเสาะหาเพชรในตมจากหุ้น A-Shares หลายพันตัว
ทำให้พวกเขาสามารถมองข้ามเสียงรบกวนในตลาดและมองเห็นโอกาสที่แท้จริงก่อนใคร
ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจที่สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติจีนหรือบริษัทเทคโนโลยีสะอาดที่ยั่งยืน ทุกอย่างล้วนถูกคัดกรองผ่านเลนส์ที่มีความแม่นยำสูง
สิ่งนี้ช่วยเปลี่ยนความซับซ้อนของจีนให้กลายเป็นผลตอบแทนที่มีโครงสร้างชัดเจน
และวันนี้ความเชี่ยวชาญระดับโลกที่เป็นมาตรฐานเยอรมันได้ถูกส่งตรงมาถึงมือนักลงทุนไทยแล้ว ผ่านการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับ BBLAM ที่นำทีมบริหารจัดการกองทุนระดับโลกมาดูแลพอร์ตให้เรา
ตัวอย่างความสำเร็จของการนำมาตรฐานเยอรมันมาพิชิตโอกาสในจีนมีให้เห็นแล้วผ่านกองทุนต่าง ๆ เริ่มจากกองทุน B-CHINE-EQ ที่คัดเฉพาะหุ้นจีน A-Shares
และ H-shares รวมไปถึง US ADR listing
เกรดพรีเมียมที่มีศักยภาพเติบโตสูง เพื่อให้เราเป็นเจ้าของธุรกิจแห่งอนาคตของจีนได้อย่างมั่นใจ
ตามมาด้วยกองทุน B-CHINAARMF ซึ่งเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับผู้ที่มองการณ์ไกล ตอบโจทย์ทั้งการสะสมความมั่งคั่งในหุ้นจีนคุณภาพและการวางแผนภาษีไปพร้อมกัน
ในอนาคตเราคงต้องติดตามกันต่อ
การผสานกันระหว่างความละเอียดแม่นยำระดับโลก
จาก Allianz Global Investor และความเข้าใจนักลงทุนไทยจาก BBLAM นั้น
จะร่วมกันสร้างมาตรฐานใหม่และโอกาสที่เหนือกว่าให้กับการลงทุนในไทยได้อย่างไรบ้าง..
โฆษณา