17 มิ.ย. เวลา 12:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ

พอร์ตแบบไหนอยู่รอด ในยุค AI และโลกแบ่งขั้ว

เมื่อตลาดทุนโลกถูกขับเคลื่อนด้วยการเติบโตของ AI และการแบ่งขั้วทางภูมิรัฐศาสตร์นักลงทุนเริ่มหันมาสนใจอุตสาหกรรมโครงสร้างพื้นฐานเชิงกายภาพ แทนที่ซอฟต์แวร์ และบริการดิจิทัล ที่ถูก AI เข้ามาแทนที่พอร์ตลงทุนแบบไหนจะอยู่รอด และควรปรับเปลี่ยนอย่างไร SCB WEALTH มีคำแนะนำมาฝาก
ปัจจัยแรกที่ต้องรู้ คือการที่ AI จะเติบโตอย่างก้าวกระโดดไปได้ตลอดนั้น จำเป็นต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานเชิงกายภาพแบบใหม่จำนวนมหาศาลเช่น เหมืองแร่ การสร้างศูนย์ข้อมูล โครงข่ายไฟฟ้า และระบบทำความเย็น
จากข้อมูลสถิติชี้ให้เห็นว่า การก่อสร้างศูนย์ข้อมูล AI ขนาดกำลังผลิตไฟฟ้า 1 กิกะวัตต์ ใช้เงินลงทุนมหาศาลถึง 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นสาเหตุให้ความต้องการผลิตไฟฟ้าเพื่อรองรับศูนย์ข้อมูลทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
อีกปัจจัยที่สำคัญไม่แพ้กันคือความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่กระตุ้นให้ประเทศต่างๆ ให้ความสำคัญกับการเร่งสร้างความมั่นคงทางพลังงานมากขึ้น มีการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมและการย้ายฐานการผลิตกลับสู่ประเทศตนเอง
จาก 2 ปัจจัยนี้ ทำให้เกิดสินทรัพย์ 2 กลุ่มที่ได้รับผลกระทบที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิงคือ
1. กลุ่มที่ได้รับส่วนเพิ่มมูลค่า (Premium) คือกลุ่มสินทรัพย์ที่จับต้องได้ มีความยืดหยุ่นสูง เช่น โครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้า ศูนย์ข้อมูลและระบบทำความเย็น ฯลฯ
2. กลุ่มที่เสียมูลค่า (Penalty) คือกลุ่มธุรกิจที่ลอกเลียนหรือทดแทนได้ง่าย เช่น ซอฟต์แวร์ดั้งเดิม
คำแนะนำการลงทุน
AI ยังคงน่าสนใจ แต่ไม่ควรลงทุนแค่ในกลุ่มชิป หรือเซมิคอนดักเตอร์ แนะนำให้จัดพอร์ตในลักษณะ Barbell Strategy
- การลงทุนในกองทุนรวมหุ้นต่างประเทศ ให้จับคู่การลงทุนระหว่าง กลุ่มเทคโนโลยี/ฮาร์ดแวร์ AI ที่เติบโตสูง กับกลุ่มสินทรัพย์ที่มีความทนทาน เลียนแบบได้ยาก และมีความเสี่ยงต่อการล้าสมัยต่ำ (Heavy Assets, Low Obsolescence หรือ HALO) เช่น โครงสร้างพื้นฐาน ที่มีกระแสเงินสดชัดเจน มีความทนทานต่อสภาวะตลาดได้ดี
- ลงทุนในกองทุนรวมตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย โดยเฉพาะเกาหลีใต้ และไต้หวัน ซึ่งเป็นแกนหลักของห่วงโซ่อุปทานฮาร์ดแวร์โลก และมีการคาดการณ์กำไร (EPS Growth) ในอีก 12 เดือนข้างหน้าเติบโตสูงกว่า 100%
- ตลาดหุ้นยุโรป เป็นภูมิภาคที่ควรระวัง เนื่องจากมีความเปราะบางจากวิกฤตพลังงานนำเข้า
- หลีกเลี่ยงตราสารหนี้ระยะยาว ที่สูญเสียคุณสมบัติในการกระจายความเสี่ยง เนื่องจากนักลงทุนมีความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ และการขาดดุลการคลัง แต่ให้เน้นลงทุนในพันธบัตร และหุ้นกู้ระยะสั้นของสหรัฐอเมริกาแทน
- ควรมีกองทุนรวม ทองคำ และสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ทองแดง น้ำมัน ติดพอร์ตไว้ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อ และเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงวิกฤตสงคราม
ที่มา SCB CIO ณ วันที่27 พ.ค. 2569 ทั้งนี้ ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละขณะเวลา ผู้ใช้ข้อมูลควรใช้ความระมัดระวังในการตัดสินใจลงทุน
- การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน
- สอบถามรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ SCB Call Center โทร. 02-777-7777
#SCBWEALTH
โฆษณา