วันนี้ เวลา 00:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ

‘ครุกแมน’ วิจารณ์ ‘มัสก์’ แชร์ลูกโซ่ในคราบมนุษย์ | #บทบรรณาธิการกรุงเทพธุรกิจ

ช่วงนี้คงไม่มีหุ้นตัวไหนในโลกที่คน “ไฮป์” แบบสุดๆ เท่ากับหุ้น SpaceX ของ “อีลอน มัสก์” ที่เพิ่งเข้าเทรดในตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพียงแค่ 2 วันทำการหุ้นตัวนี้ปรับตัวขึ้นกว่า 42% จากราคา IPO มาแตะระดับ 193 ดอลลาร์
และเมื่อคืนที่ผ่านมา(16มิ.ย.) ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดราคาหุ้น SpaceX น่าจะทะลุระดับ 200 ดอลลาร์ไปเป็นที่เรียบร้อย กลายเป็นหุ้นประวัติศาสตร์ที่น่าจะถูกกล่าวถึงไปอีกนาน ...ท่ามกลางความไฮป์ของใครหลายๆ คน แต่มีอยู่​ “หนึ่งคน” ที่ออกมาเตือนสติถึงความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ภายในหุ้นตัวนี้ ซึ่งคนที่เตือนก็ไม่ธรรมดาเพราะมีดีกรีเป็นถึง “นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล” นั่นคือ “พอล ครุกแมน”
ครุกแมน เขียนบทความเตือนลงใน Substack เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา ระบุว่า “มัสก์” แม้จะมีผลงานสำคัญจาก “เทสลา” และ “สตาร์ลิงก์” แต่ความสำเร็จเหล่านี้ “ไม่ได้มากพอ” ที่จะอธิบายความแพงของหุ้น SpaceX เขายอมรับว่า “เทสลา” เป็นก้าวสำคัญในโลก EV และ “สตาร์ลิงก์” เป็นธุรกิจดาวเทียมที่ทำกำไรได้แท้จริง
แต่ความสำเร็จเหล่านั้นไม่เคยมากพอที่จะอธิบายความมั่งคั่งระดับนี้ได้ คำถามคือ แล้วอะไรคือฐานที่แท้จริง? “ครุกแมน” ชี้เป้าแบบชัดๆ ว่า “ความเชื่อที่สร้างความจริงขึ้นมาเอง” นักลงทุนเชื่อในความอัจฉริยะของ “มัสก์” จึงแห่ซื้อหุ้นจนมูลค่าพุ่ง ชื่อเสียงก็ยิ่งดูน่าเลื่อมใส และวงจรนี้ก็หมุนซ้ำ
เขาเรียกสิ่งที่เกิดขึ้นนี้แบบตรงๆ ว่า “แชร์ลูกโซ่ในคราบมนุษย์” ธุรกิจที่ดูประสบความสำเร็จเพราะดึงนักลงทุนใหม่ได้เรื่อยๆ และดึงได้เพราะมันดูประสบความสำเร็จ เขายกตัวอย่างกรณี X หรือทวิตเตอร์เดิม คือตัวอย่างคลาสสิกที่สุด ​“มัสก์” กู้เงินจากวอลล์สตรีทถึง 13,000 ล้านดอลลาร์เพื่อปิดดีลในปี 2022 แต่หลังจากนั้นก็ทำลายโมเดลธุรกิจจนผู้โฆษณาพากันหนี
มูลค่าของ X ดิ่งเหลือไม่ถึงครึ่งของราคาซื้อ ธนาคารหากขายหนี้ออกไปจะขาดทุน 40 เซนต์ต่อทุก 1 ดอลลาร์ Wall Street Journal พาดหัวในเดือนสิงหาคม 2024 ว่าเป็น “ดีลซื้อกิจการที่ย่ำแย่ที่สุดสำหรับกลุ่มธนาคารนับตั้งแต่วิกฤตการณ์ทางการเงิน”
แต่สิ่งที่น่าห่วงยิ่งกว่าคือ การที่ Nasdaq 100 และ FTSE Russell ยอมเปลี่ยนกฎเพื่อรับ SpaceX เข้าดัชนีแทบจะทันทีหลัง IPO ทั้งที่ปกติต้องรออย่างน้อยหนึ่งปีหลัง IPO เหตุผลที่เรื่องนี้สำคัญมาก ก็เพราะกองทุนดัชนี มีหน้าที่ต้องซื้อหุ้นทุกตัวที่อยู่ในดัชนีที่ตัวเองอิงตาม เมื่อ SpaceX ถูกจัดเข้าดัชนีเหล่านี้ กองทุนนับพันจึงถูก “บังคับทางอ้อม” ให้ต้องซื้อหุ้น SpaceX โดยไม่มีทางเลือก
เราเห็นว่า สิ่งที่ครุกแมนเตือนในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การวิจารณ์มัสก์เป็นการส่วนตัว แต่เป็นการชี้ให้เห็นความเสี่ยงเชิงระบบที่กำลังขยายตัวอยู่อย่างเงียบๆ เมื่อ 50% ของครัวเรือนอเมริกันถือกองทุนรวม และ 52% ของสินทรัพย์กองทุนรวมอิงอยู่กับดัชนี การที่สถาบันตลาดหลักทรัพย์ยอมบิดกฎเกณฑ์ ย่อมหมายความว่าคนธรรมดาจำนวนมากถูกลากเข้าไปรับความเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว คำถามที่ต้องถามคือ เมื่อ ‘แชร์ลูกโซ่มนุษย์’ ตัวนี้เกิดระเบิดขึ้นมา ใครจะเป็นคนจ่ายบิล?
โฆษณา