วันนี้ เวลา 00:00 • ความคิดเห็น
พฤติกรรมของลูกค้า เป็นข้อมูลชั้นดีเลยนะที่ผู้ประกอบการนำมาใช้ศึกษาวิเคราะห์ เพื่อพัฒนาปรับปรุงกิจการของตน ตั้งแต่ระดับต้นน้ำ (ผู้ผลิตสินค้า) ยันปลายน้ำ (ร้านค้าสู่ผู้ซื้อ/ผู้บริโภคสุดท้าย)
โดยทั่วไปการต่อรองราคา หลักๆเป็นเพราะ 1.ตัวสินค้า 2.ประเภทของร้าน 3.ทำเลที่ตั้งของร้าน
ตัวสินค้า — ในกลุ่ม VFM (value of money) หรือแนว budget-friendly หรือของฟุ่มเฟือย ซื้อเพราะอารมณ์ไม่ใช่ของจำเป็น
ประเภทของร้าน — เป็นร้านอิสระ (haggle shop) รวมถึงพนง.ขาย เป็นลูกจ้างหรือเจ้าของร้านขายเอง
ทำเลที่ตั้ง — เช่นตลาดนัด แหล่งท่องเที่ยว แหล่งค้าส่ง
ไม่เพียงการต่อรองราคา แต่รวมถึง รอซื้อตอนลดราคา ชอบของแถม หรือแนวตีสนิทชวนคุย หรือติแหลก ติไว้ก่อน ทำเป็นเดินหนี ฯลฯ
ลูกค้าที่เดินเข้าร้าน สไตล์การต่อราคาอาจเหมือนบ้างซ้ำบ้าง แต่คนค้าขายที่ช่างสังเกตจะจับแพทเทิร์นได้ รับมือได้ดี เพื่อให้สามารถปิดการขายได้ในที่สุด
แม้ของราคาไม่แรงแต่ลูกค้าก็ยังต่อรองราคา จริงๆไม่ใช่เพราะเห็นแก่เงินแค่ไม่กี่บาทกี่สตางค์ แต่เป็นความรู้สึกว่า "ชนะ" ถ้าพ่อค้าแม่ค้าเข้าใจตรงนี้และสามารถมอบความรู้สึกชนะ-ฟิน-พอใจ ผลต่อเนื่องที่ตามมาคือร้านได้มอบประสบการณ์ที่ต่างจากร้านอื่น แม้จะเป็นสินค้าเดียวกัน เหมือนกันเป๊ะ
1
ถึงดูทรงว่าไม่มีแนวโน้มจะซื้อ มาต่อเล่นๆเผื่อฟลุ๊ก แต่การที่พ่อค้าแม่ค้าต้อนรับขับสู้อย่างดีหรือหน้าบูดบึ้ง-รำคาญ-ถามไม่ตอบ ท่าทีเหล่านี้จะเป็นฟีดแบ็คโดยตรงต่อตัวสินค้า ตัวร้าน และตัวพ่อค้าแม่ค้าเอง
1
ดังนั้นคนค้าขายหรือไม่ว่าอาชีพใดๆก็ตาม พึงต้องมีทัศนคติที่ดีต่ออาชีพของตน อย่าเผลอปล่อยให้สิ่งที่ควบคุมไม่ได้ (อย่างเช่นพฤติกรรมลูกค้าหรือภาวะเศรษฐกิจ) มาบั่นทอนทัศนคติต่อการประกอบอาชีพของตนค่ะ
โดยสรุปคือ..
ทำความเข้าใจกับที่มาของการต่อรองราคา
มองพฤติกรรมลูกค้าให้เป็นข้อมูล
แล้วใช้ประโยชน์จากข้อมูลเหล่านั้น
โฆษณา