1 ชั่วโมงที่แล้ว • ปรัชญา

"กระต่าย...ใต้โคนต้นไม้"

เราคงคุ้นเคยกับนิทานอีสปเรื่อง ‘กระต่ายกับเต่า’ เป็นอย่างดี
กระต่ายนักวิ่งที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ ท้าแข่งขันกับเต่าตัวน้อย
ระหว่างทาง มันออกวิ่งนำโด่ง ก่อนจะเผลอหลับด้วยความชะล่าใจ
บทสรุปของเรื่องเล่า จึงกลายเป็นคำสอนถึงความทะนงตนของกระต่าย และความมุมานะของเต่า
ทว่าหากมองในอีกมุม...
กระต่ายตัวนั้นอาจเป็นตัวแทนของความพยายามในอีกรูปแบบหนึ่ง
ตลอดชีวิต มันใช้สี่เท้าไม่ต่างจากสิ่งมีชีวิตอื่น
วิ่งเพื่อเอาชีวิตรอด
วิ่งเพื่อหลีกหนีอันตราย
และอาจรวมถึงการวิ่งเพียงเพื่อไม่ให้ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
แม้แต่ในการแข่งขันครั้งนี้
มันก็ยังถูกวางไว้ในสนาม ที่ถูกคาดหวังให้เป็นผู้ชนะ
กระต่ายตัวน้อยที่ไม่เคยหยุดวิ่ง
ในจังหวะที่ทิ้งห่างจนไม่เห็นฝุ่นนั้นเอง
มันเหลือบไปเห็นต้นไม้ใหญ่ข้างทาง
กิ่งใบที่ไหวเอนตามสายลม
คล้ายกำลังเอ่ยปากเชื้อเชิญให้เข้าไปหลบร้อนสักครู่
มันหันกลับไปมองเส้นทางด้านหลัง
ไม่มีแม้เงาของเต่าที่จะตามมาทัน
ทันใดนั้น ขาทั้งสี่ข้างก็อ่อนแรงลง
คิ้วที่เคยขมวดแน่น ดวงตาที่เคยแข็งตึง ค่อย ๆ ผ่อนคลาย
กระต่ายเดินช้า ๆ ไปยังโคนต้นไม้
แล้วเอนกาย...เผลอหลับไปในทันที
เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่มันยอมให้ตัวเองหยุดพัก
หากเรื่องเล่าสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้
ไม่มีผู้ชนะ ไม่มีผู้แพ้ และไม่มีการแข่งขันใด ๆ
บทสรุปของนิทาน
คงบอกเล่าเพียงความพยายามและความเหนื่อยล้าของกระต่ายตัวหนึ่ง
ที่จำต้องวิ่งอยู่ในสนาม ที่เส้นชัยใหม่ ถูกขีดขึ้นทุกครั้งที่เราเข้าใกล้เส้นเดิม
ชัยชนะหนึ่งกลายเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการแข่งขันครั้งต่อไป
การหยุดพักใต้ร่มเงาไม้
อาจไม่ได้ตีความเพียงความทะนงตนที่นำไปสู่ความพ่ายแพ้
“อีกเดี๋ยวคงต้องเดินต่อ
แค่หยุดพัก หลับตา สักครู่
ปล่อยวางสถานะ และความคาดหวังใด ๆ”
ส่วนเต่าจะเข้าเส้นชัยในตอนไหน
หรือผู้คนรอบสนามจะปรบมือให้ใคร
อาจไม่ใช่เรื่องสำคัญ
โฆษณา