VoxPop Logo
VoxPop Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ลงทุนเกิร์ล
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
เมื่อวาน เวลา 02:30 • หุ้น & เศรษฐกิจ
เกร็ดความรู้ที่น่าสนใจจากซีรีส์ Netflix
“สินบน” ปัญหาทุจริตที่ฝังรากลึกในสังคมไทย ใครต้องรับโทษ ? จากซีรีส์ The Evil Lawyer ทนายปีศาจ
นาทีนี้ซีรีส์ที่ถูกพูดถึงอย่างมากบนโลกโซเชียล คงหนีไม่พ้น The Evil Lawyer ทนายปีศาจ ซีรีส์ดรามาชั้นศาลจาก Netflix ที่ติดอันดับ Top 10 ซีรีส์ที่คนดูเยอะที่สุดในไทย
ซีรีส์นี้เป็นผลงานจากคุณณฐพล บุญประกอบ ผู้กำกับที่เคยสร้างปรากฏการณ์สุดไวรัลจากซีรีส์เรื่อง สงคราม ส่งด่วน
ซึ่งต้องบอกว่าทนายปีศาจมีเนื้อหาที่เข้มข้นไม่แพ้กัน จากการหยิบประเด็นเรื่องระบบยุติธรรมในประเทศไทย มาเป็นแรงบันดาลใจหลักของเรื่อง ถ่ายทอดผ่านศึกชิงไหวพริบของเหล่าทนายในชั้นศาล
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ปรากฏอยู่ในเรื่องหลายครั้งนั่นก็คือ “สินบน”
แล้วตามหลักกฎหมายไทย เรื่องสินบนมีโทษอย่างไร ?
และใครเป็นคนต้องรับโทษ ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
สินบน มีความหมายแบบเข้าใจง่าย ๆ คือ ทรัพย์สินหรือประโยชน์อย่างอื่นที่ให้แก่บุคคลเพื่อให้ผู้นั้นกระทำการหรือละเว้นไม่กระทำการตามที่ผู้จ่ายเงินสินบนต้องการ
โดยสินบนมีคำเรียกที่หลากหลาย เช่น ส่วย, เงินใต้โต๊ะ หรือค่าหัวคิว ซึ่งผลประโยชน์ที่ว่าไม่ได้จำกัดแค่เงินสดเท่านั้น แต่อาจรวมถึงทรัพย์สิน, ของขวัญ, สิ่งของมีมูลค่าสูง, การให้ส่วนลดพิเศษ, การพาไปเลี้ยงรับรอง หรือแม้แต่การให้หุ้นส่วนทางธุรกิจ
แต่ในทางกฎหมาย การจะบอกว่ากรณีใดเป็นความผิดฐานให้หรือรับสินบน ต้องดูองค์ประกอบสำคัญหลายอย่าง เช่น ผู้ให้เป็นใคร? ผู้รับเป็นใคร ? มีสถานะเป็นเจ้าพนักงานของรัฐหรือไม่ ? มีหน้าที่อะไร ? และการให้ผลประโยชน์นั้นมีเจตนาเพื่อจูงใจให้กระทำการหรือไม่กระทำการอันมิชอบด้วยอำนาจหน้าที่หรือไม่ ?
ตัวอย่างกฎหมายสำคัญที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ คือ ประมวลกฎหมายอาญา
ถ้าเป็นกรณีการให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้สินบนแก่เจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล เพื่อจูงใจให้กระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ จะเกี่ยวข้องกับมาตรา 144
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
แต่ถ้าเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยมิชอบ ก็จะไปเกี่ยวข้องกับมาตรา 149
ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปีถึง 20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 100,000 บาทถึง 400,000 บาท หรือประหารชีวิต
ส่วนถ้าเป็นการให้สินบนกับเจ้าพนักงานในการยุติธรรมในตำแหน่ง ตุลาการ พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี หรือพนักงานสอบสวน จะเกี่ยวข้องกับมาตรา 167
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท
ส่วนฝั่งเจ้าพนักงานในกระบวนการยุติธรรมในตำแหน่ง ตุลาการ พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี หรือพนักงานสอบสวน ที่เป็นผู้เรียก รับ หรือยอมจะรับผลประโยชน์โดยมิชอบ จะเกี่ยวข้องกับมาตรา 201
ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปีถึง 20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 100,000 บาทถึง 400,000 บาท หรือประหารชีวิต
อย่างไรก็ตามต้องหมายเหตุว่าการระวางโทษ คือกรอบหรือเพดานในการกำหนดโทษ โดยสุดท้ายแล้วการได้รับโทษมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และดุลพินิจของศาลในแต่ละคดี
1
หากมาดูตัวอย่างเหตุการณ์ในซีรีส์อย่าง กรณีที่เตชิน ลูกชายของพลตำรวจเอกอนันต์ยื่นข้อเสนอให้เมฆผู้ที่เป็นทนาย ถอนตัวจากคดีโดยมีการโอนเงินให้ 300,000 บาท และหากเมฆยอมถอนตัวจริง เตชินจะโอนเงินให้เพิ่มอีก
โดยทั่วไป เหตุการณ์แบบนี้อาจถูกมองว่ามีลักษณะใกล้เคียงกับการให้สินบน แต่ในทางกฎหมาย ต้องพิจารณาให้ละเอียดกว่านั้นว่า เมฆมีสถานะทางกฎหมายเป็นใคร
เพราะถ้าเมฆเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ หรือเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายบางอย่าง ก็อาจถูกพิจารณาในกรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการให้สินบนเจ้าหน้าที่รัฐได้
แต่ถ้าเมฆเป็นทนายความเอกชน การรับเงินจากฝ่ายตรงข้ามเพื่อถอนตัวจากคดี อาจไม่ได้ถูกสรุปโดยอัตโนมัติว่าเป็นความผิดฐานรับสินบนตามประมวลกฎหมายอาญา
แต่อาจต้องพิจารณาความรับผิดในมิติอื่น เช่น มรรยาททนายความ ความเสียหายต่อลูกความ ความรับผิดทางแพ่ง หรือความผิดตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง แล้วแต่ข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี
อีกประเด็นที่น่าสนใจในสังคมไทยคือ ผู้คนมักมีการให้สินน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณกับคนที่ช่วย ซึ่งหลายคนอาจสงสัยว่าเรื่องแบบนี้ผิดกฎหมายด้วยหรือไม่ ?
คำตอบของเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับเจตนาของผู้ให้และสถานะของผู้รับ หากเป็นการให้ระหว่างบุคคลทั่วไปโดยสุจริต ไม่มีเจตนาแอบแฝง ก็อาจไม่ก่อให้เกิดความผิด
แต่หากเป็นการให้เพื่อหวังผลตอบแทน เช่น อยากให้เจ้าหน้าที่รัฐเร่งอนุมัติ ช่วยข้ามคิว มองข้ามความผิด หรือใช้ดุลพินิจเอื้อประโยชน์ให้เป็นพิเศษ แบบนี้อาจกลายเป็นปัญหาการทุจริตและความผิดอาญาได้ทันที
ในไทยจึงมีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยาของเจ้าพนักงานของรัฐ เช่น ของขวัญตามเทศกาล วันสำคัญ หรือโอกาสตามมารยาททางสังคม หากรับจากบุคคลที่ไม่ใช่ญาติ ต้องมีมูลค่าไม่เกิน 3,000 บาทต่อคนต่อโอกาส
แต่สิ่งสำคัญคือ ตัวเลข 3,000 บาท ไม่ได้หมายความว่าให้ได้หรือรับได้เสมอ เพราะถ้าการให้นั้นมีเจตนาเพื่อแลกกับการเอื้อประโยชน์ แม้มูลค่าจะไม่สูงมาก ก็อาจสร้างปัญหาทางกฎหมายและจริยธรรมได้อยู่ดี
ดังนั้น ปัจจุบันทั้งภาครัฐและบริษัทเอกชนหลายแห่ง จึงเริ่มให้ความสำคัญกับการกำหนดนโยบายไม่รับของขวัญ (No Gift Policy) เพื่อป้องกันปัญหาการทุจริตไว้ตั้งแต่ต้นทาง
ทั้งหมดนี้จะเห็นว่า เรื่องสินบนเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่หลายคนคิด เพราะบางครั้ง การให้เงินหรือของขวัญเพียงเล็กน้อย อาจเริ่มต้นจากคำว่า “น้ำใจ” แต่หากมีเจตนาแอบแฝงเพื่อแลกกับความได้เปรียบ ก็อาจก่อให้เกิดปัญหาคอร์รัปชันที่ฝังลึกในระบบ
สุดท้ายแม้ว่า เตชินและเมฆ จะเป็นเพียงตัวละครสมมติ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าในชีวิตจริงก็อาจมีคนที่ยื่นสินบนให้คนอื่นเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวเช่นกัน..
References :
- สำนักงานราชบัณฑิตยสภา, สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
เศรษฐกิจ
ธุรกิจ
28 บันทึก
26
1
10
28
26
1
10
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 VoxPop
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ VoxPop
VoxPop เพื่อธุรกิจ
ไทย
Stay informed with global news and analysis
Discover trending videos and creator content
Link Terkait
Discover trending videos and creator content
Listen to popular podcasts and audio shows
Listen to popular podcasts and audio shows
Explore independent publishing and community storytelling
Catch up on entertainment news and reviews