VoxPop Logo
VoxPop Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
WealthThink
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
เมื่อวาน เวลา 04:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ
สรุปมหากาพย์ ขบวนการปล้นเงินภาษี 4,300 ล้าน ของ (อดีต) อธิบดีกรมสรรพากร
การปล้นเงินระดับพันล้านบาทในภาพยนตร์ มักต้องมีแผนการเจาะตู้เซฟสุดล้ำ หรือทีมโจรกรรมพร้อมอาวุธครบมือ
แต่การปล้นระดับชาติที่เคยเกิดขึ้นจริงในประเทศไทย กลับไม่ต้องใช้อาวุธใด ๆ นอกจากกระดาษ ที่ถูกนำมาใช้เป็นใบกำกับภาษีปลอม
แล้วคนบงการก็ไม่ต้องสวมไอ้โม่งปิดบังใบหน้า เพราะเขาสวมชุดข้าราชการ มียศ และนั่งอยู่ในตำแหน่งสูงสุดของหน่วยงานที่ทำหน้าที่เก็บภาษีคนทั้งประเทศ
นี่คือ คดีทุจริตที่อาศัยช่องโหว่ของกฎหมาย มาเล่นแร่แปรธาตุ เสกเงินภาษีของประชาชน ให้กลายเป็นทองคำแท่งกว่า 20,000 บาททอง คิดเป็นมูลค่าเกือบ 1,500 ล้านบาท
และล่าสุด มหากาพย์การโกงนี้ก็เดินทางมาถึงบทสรุปอย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากต่อสู้ทางกฎหมายกันมานานกว่า 10 ปี
คำถามคือ ขบวนการนี้อาศัยช่องโหว่ไหน และทำงานอย่างไร ?
มาหาคำตอบด้วยกันกับ WealthThink ทำความมั่งคั่ง ให้เป็นเรื่องง่าย
เรื่องราวการโกงระดับประเทศคดีนี้ เริ่มต้นขึ้นในช่วงปี 2555 โดยอาศัยการเจาะช่องโหว่ของกลไกพื้นฐาน ที่คนไทยแทบทุกคนคุ้นชื่อกันดี
นั่นคือ ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT
เวลาที่กิจการซื้อสินค้า วัตถุดิบ หรือบริการภายในประเทศ เพื่อประกอบธุรกิจ ราคาที่จ่ายก็มักจะถูกบวก VAT 7% เข้าไปด้วยเสมอ
ในมุมของบริษัทส่วนนี้จะเรียกว่า “ภาษีซื้อ”
1
และเมื่อบริษัทขายสินค้าที่ตัวเองผลิตออกไป ก็จะเก็บ VAT จากลูกค้า ส่วนนี้เรียกว่า “ภาษีขาย” โดยปกติจะเก็บที่ VAT 7%
แต่ถ้าส่งออกไปต่างประเทศจะสามารถคิด VAT ในอัตรา 0% ได้ เพราะภาครัฐมีนโยบายสนับสนุนให้ผู้ประกอบการ สามารถส่งออกสินค้าไปแข่งขันในตลาดโลกได้
1
กลไกสำคัญอยู่ตรงที่ในทุก ๆ เดือน บริษัทจะต้องมีการนำภาษีขาย มาหักลบกับภาษีซื้อ เพื่อดูว่าเดือนนั้นต้องจ่ายภาษีเพิ่ม หรือได้เงินภาษีคืน
ทีนี้ก็เท่ากับว่า ถ้าเราทำธุรกิจซื้อวัตถุดิบในประเทศ และจ่าย VAT 7% ไปก่อนแล้ว แต่ตอนส่งสินค้านั้นไปขายต่างประเทศ ทำให้ไม่ได้เก็บ VAT ลูกค้า
พอเอาตัวเลขสองฝั่งมาหักลบกัน บริษัทจึงอยู่ในสถานะจ่ายภาษีเกิน ทำให้มีสิทธิขอคืนเงินภาษี 7% ที่จ่ายไปตอนแรกคืนได้
จุดนี้เองเป็นช่องโหว่สำคัญ ที่ถูกนำมาดัดแปลงให้กลายเป็นเครื่องจักรผลิตเงินให้กับขบวนการนี้
และเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนตั้งแต่ต้นจนจบ ก็สามารถสรุปออกมาเป็น 5 ขั้นตอนหลัก ๆ ดังนี้
1. ตั้งบริษัทผี และจ้างชาวบ้านเป็นนอมินี
ขบวนการนี้เริ่มต้นด้วยการไปจดทะเบียนตั้งบริษัทขึ้นมากกว่า 60 แห่ง โดยอ้างว่าเป็นธุรกิจรับซื้อและส่งออกเศษเหล็ก
แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบกลับพบว่า บริษัทเหล่านี้เป็นเพียงห้องเช่าว่างเปล่า ตึกแถวร้าง หรือบ้านไม้เก่า ๆ ที่ไม่มีแม้แต่เศษเหล็กอยู่เลย
มันเป็นเพียงบริษัทผีบนแผ่นกระดาษ หรือที่ในโลกการเงินเรียกว่า Shell Company
และเพื่อไม่ให้สาวถึงตัวการใหญ่ พวกเขาใช้วิธีไปจ้างชาวบ้านตาดำ ๆ ด้วยเงินเพียงไม่กี่พันบาท ให้มาเซ็นชื่อเป็นกรรมการ และผู้ถือหุ้นในบริษัท
โดยที่ชาวบ้านเหล่านั้นไม่รู้ตัวเลยว่า ชื่อของตัวเองถูกเอาไปแขวนไว้ในบริษัทที่มีเงินหมุนเวียนนับร้อยล้านบาท และกำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือในการปล้นชาติ
2. เสกเอกสารทิพย์ เพื่อขอเงินคืนภาษี
เมื่อมีบริษัทนอมินีพร้อมแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็เป็นการเสกหลักฐานปลอมขึ้นมา เพื่อใช้ตบตาระบบของกรมสรรพากร โดยมีทั้งคนที่เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและบัญชี เข้ามามีส่วนร่วมด้วย
ขาฝั่งซื้อ ใช้ใบกำกับภาษีซื้อปลอม โดยทำเอกสารอ้างว่า บริษัทได้ซื้อเศษเหล็กจำนวนมาก และได้ทำการจ่าย VAT 7% ไปแล้ว
ขาฝั่งขาย ใช้ใบขนสินค้าขาออกปลอม โดยทำเอกสารอ้างว่า ได้ส่งออกเศษเหล็กทั้งหมดไปขายต่างประเทศ ซึ่งได้รับสิทธิ VAT 0%
ทีนี้เท่ากับว่า ตอนซื้อจ่ายภาษีไป 7% แต่ตอนส่งออกภาษี 0% บริษัทผีเหล่านี้จึงมีสิทธิยื่นขอเงินคืนภาษี ที่อ้างว่าจ่ายไปในตอนแรกจากกรมสรรพากรทันที
ทั้งที่ความจริงคือ ไม่มีการซื้อขายเศษเหล็กอยู่จริงเลยแม้แต่ชิ้นเดียว ทุกอย่างเป็นแค่เพียงการแต่งตัวเลขขึ้นมาลอย ๆ บนแผ่นกระดาษ เพื่อจับเสือมือเปล่าเท่านั้น
3. ใช้อำนาจปิดปาก แล้วเซ็นอนุมัติเช็ค
ตามปกติการที่บริษัทห้องแถวร้างเพิ่งตั้งใหม่ จะมาขอคืนภาษีทีละ 50 ล้านบาท ย่อมทำให้เจ้าหน้าที่สรรพากรสงสัยและลงไปตรวจสอบ
แต่ขบวนการนี้พวกเขามีตัวบงการเป็นคนใหญ่คนโตคอยคุมเกมอยู่เบื้องหลัง ซึ่งมีตำแหน่งเป็นถึงอธิบดีกรมสรรพากร และข้าราชการระดับ C9 ในพื้นที่ คอยประสานงานให้
ทำให้แม้จะพบความผิดปกติ พวกเขาก็สามารถใช้อำนาจสั่งให้ยุติการตรวจสอบ และกดดันให้รีบทำเรื่องอนุมัติคืนเงินภาษีให้บริษัทเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็ว
2
เช็คคืนเงินภาษีมูลค่ารวมกว่า 4,300 ล้านบาท จึงถูกเซ็นอนุมัติผ่านฉลุยออกมาได้อย่างง่ายดายครั้งแล้วครั้งเล่า
4. ฟอกเงินผ่านทองคำแท่ง
เมื่อได้เช็คคืนเงินภาษีมาแล้ว พวกเขาก็รู้ดีว่า ถ้านำเงินก้อนใหญ่ขนาดนี้โอนเข้าบัญชีตัวเองตรง ๆ จะทิ้งร่องรอยให้ถูกจับได้ภายหลัง
พวกเขาจึงใช้วิธีนำเช็คไปขึ้นเงิน แล้วเบิกเป็นเงินสดออกมาทีละหลายสิบล้านบาท ยัดใส่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่
ทำซ้ำ ๆ แบบนี้ กระจายไปหลายธนาคาร เพื่อหลบสายตาและการตรวจสอบของธนาคาร
จากนั้นก็หิ้วกระเป๋านำเงินสดนั้นไปตระเวนซื้อทองคำแท่งตามร้านทองชื่อดัง โดยใช้ชื่อของนอมินีมาบังหน้า
5. บทสรุปจุดจบของขบวนการปล้นชาติ
เมื่อเงินร้อนถูกฟอกเปลี่ยนสภาพไปเป็นทองคำแท่ง พวกเขาก็อาจย่ามใจและคิดว่าแผนการฟอกเงินนี้แนบเนียน จนตัดตอนเส้นทางการเงินได้สำเร็จแล้ว
1
แต่ความลับไม่มีในโลก เมื่อมีจดหมายร้องเรียนลับ ถูกส่งตรงไปที่กระทรวงการคลังเพื่อแฉว่า มีการคืนภาษีให้กลุ่มบริษัทส่งออกเหล็กในจำนวนเงินที่สูงผิดปกติ
ขณะเดียวกัน สื่อมวลชนก็มีการลงพื้นที่ไปขุดคุ้ยจนความแตก ว่าบริษัทส่งออกระดับร้อยล้านบาทเหล่านั้น ล้วนเป็นแค่ตึกแถวร้างที่มีชาวบ้านตาสีตาสาเป็นนอมินี
การสืบสวนนำไปสู่การแกะรอยเส้นทางการเงิน และบุกตรวจค้น จนแจ็กพอตแตก เมื่อเจอทองคำแท่งปริศนาปริมาณมหาศาลซ่อนอยู่ในตู้เซฟ
ตอนแรก ตัวการใหญ่อย่างอดีตอธิบดีพยายามสู้คดีหัวชนฝา อ้างว่า ทองคำแท่งในตู้เซฟนี้เป็นทรัพย์สินส่วนตัว ที่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรง
แต่ความตลกร้ายก็คือ เมื่อกางไทม์ไลน์เทียบกันดูกลับจับโป๊ะได้แบบดิ้นไม่หลุด
1
เพราะช่วงเวลาที่มีคนหอบเงินสดฟ่อนใหญ่ไปกว้านซื้อทองคำแท่ง ดันเป็นเวลาเดียวกันกับช่วงเวลาที่เช็คคืนภาษี ถูกเซ็นอนุมัติออกมาแบบพอดีเป๊ะ
1
สุดท้ายเลยกลายเป็นว่า ทองคำที่คาดว่าจะใช้เป็นเครื่องมืออำพรางเส้นทางการเงิน กลับกลายมาเป็นหลักฐานชิ้นใหญ่ที่ย้อนกลับมามัดตัวเองจนดิ้นไม่หลุด
และถ้าใครจินตนาการไม่ออกว่า ทองคำที่ถูกยึดมาได้นั้นมีปริมาณมหาศาลขนาดไหน
ให้ลองนึกภาพตามว่า ในวันขนย้ายของกลางถึงขั้นที่ต้องใช้รถฟอร์กลิฟต์มายกตู้เซฟเหล็กขนาดยักษ์เหล่านั้นขึ้นรถบรรทุก
1
ตลอดเส้นทางมีขบวนรถตำรวจคอยขับรถประกบนำขบวน แถมยังมีกองกำลังพร้อมอาวุธครบมือ คุ้มกันอย่างแน่นหนาทุกฝีก้าว ดูอลังการประหนึ่งฉากในภาพยนตร์แอกชัน
1
แต่ความตลกร้ายสำหรับประชาชนคนเสียภาษีอย่างเรา ๆ ก็คือ ทองคำแท่งมหาศาลที่ต้องใช้รถบรรทุกขนนั้น เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของเงินภาษีที่ขบวนการนี้สูบออกไปจากระบบเท่านั้น
หลังจากการต่อสู้คดีกันมายาวนานกว่า 10 ปี ศาลก็ได้พิพากษาด้วยการสั่งลงโทษจำคุกตลอดชีวิต พร้อมให้ร่วมกันชดใช้เงินคืนแผ่นดินอีกกว่า 3,097 ล้านบาท
ถือเป็นการปิดฉากคดีโกงภาษีประชาชนที่แยบยลและเจ็บแสบที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย
เพราะความน่าขมขื่นที่สุดของคดีนี้คือ ตัวการใหญ่อย่างอดีตอธิบดีกรมสรรพากร เคยเป็นถึงอดีตข้าราชการดาวรุ่ง
แถมเคยเป็นถึงหนึ่งในคณะทำงานชุดแรก ๆ ที่ร่วมศึกษา และยกร่างกฎหมายระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้กับประเทศไทย ตั้งแต่ก่อนมีการประกาศใช้
ซึ่งก็เท่ากับว่า คนที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ โครงสร้างภาษีของกรมสรรพากรทั้งระบบ กลับนำความรู้นั้นมาใช้สูบเงินจากแผ่นดินเสียเอง..
#WealthPreservation
#ภาษี
#VAT
References
-อัจฉริยะด้านภาษี กับคดีโกงภาษี VAT 4,000 ล้านบาท | ไขปมผ่านเลนส์ ทางช่อง YouTube ของ POLICETV สถานีโทรทัศน์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
-ย้อนคดีอดีตอธิบดีกรมสรรพากร สู่ ป.ป.ช.มอบทองมูลค่า 1.5 พันล้านตกเป็นของแผ่นดิน | Thai PBS News
-
https://www.nacc.go.th/categorydetail/2018083118464105/20240801114354
-
https://www.isranews.org/article/isranews-scoop/101721-invesisra-59.html
-
https://isranews.org/content-page/item/26253-22.html
-
https://www.itax.in.th/media/
-
https://www.rd.go.th/5206.html
-
เศรษฐกิจ
65 บันทึก
53
3
74
65
53
3
74
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 VoxPop
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ VoxPop
VoxPop เพื่อธุรกิจ
ไทย
Stay informed with global news and analysis
Discover trending videos and creator content
Link Terkait
Discover trending videos and creator content
Listen to popular podcasts and audio shows
Listen to popular podcasts and audio shows
Explore independent publishing and community storytelling
Catch up on entertainment news and reviews