18 มิ.ย. เวลา 14:33 • ไลฟ์สไตล์
พายเรือ ข้าม โอฆะ .เรือที่จะพายได้ มีความแข็งแรง ทนทาน เค้าต่อเรือมา ไปหาไม่มาต่อ. เรือให้ดี ด้วยคำว่า ทานบุญกุศลบารมี จึงจะมีเรือที่ดีๆ มาพายเรือได้ .เรือที่ต่อมาไม่ดี เจอะเจอ คลื่นลม คลื่นเล็นน้อย ก็ไม่คงทน เรือแคกเสียก่อน จิตก็ล่วงหล่นลงน้ำ มองไม่เห็น สิ่งที่อยู่เหนือผิวน้ำได้เลย
บางที่ก็ต่อเรือมา หัวเรือก็ ไม่คงทน มองทัศนวิสัยไม่ดี ดูร่องน้ำไม่เป็นเสียอีก .พายหลง .หลงมายา หลงทิศทาง .แทนที่จะพายไปหาที่ที่มีความสุข เอ้า พายไปเกยตื่น ติดเหล้ายาปลาปิ้ง หลงไปเสพ มีเรื่องราวมากมาย สถานทีมากมาย พายไปเกยตื้น ไม่พายเรือเสียแล้ว มันเหนื่อยกาย ลำบากกาย ก็ติดอยู่ในทรัพย์สินเงินทอง ลาภยศสรรเสริญ ยศศักดิ์ ..มากมาย ก็ไม่พายเรือ ข้ามโอฆะเสียแล้ว เพลิดเพลินสนุกสนาน อยู่ในสิ่งที่ว่า .ติดเกาะ ยึดถือ .บำเรออารมณ์กามะในตัวตน
ในอากาศ ที่แวดล้อมตัวเรา ก็มีลม มีฟ้า มีฝน มีก้อน เมฆ ฝนตก ฟ้าร้อง มีร้อน มีหนาว ที่ต่างก็ มีธาตุทั้งสี่ ดินน้ำลมไฟ มัพระโพสพ หนุนนำ ให้ธาตุทั้งสี่ ประกอบขึ้นมาเปผืนพืชผักผลไม้ ไปหนุนนำหมู่สัตว์ทั้งหลาย ที่ว่า ต้องเอาธาตุนอกมาเสริมธาตุภายใน พื่ชก็มีรากไม้ชอนไชไปหาอาหาร มาเลี้ยงลำต้น
ทั้งสัตว์มนุษย์ ก็ต้องการ สิ่งที่เรียกว่า น้ำเลือดน้ำหนองมาหล่อเลี้ยง เรือกกาย . ก็ไปหา อาหาร เติมลงไป ใช้ปากกัดกิน กลืนลงไป ให้กระเพาะลำไส้ บดขยี้ ดูดซึมไปหล่อเลี้ยงกาย .มนุษย์เมื่อมีกาย ที่ว่า มีชีวิตอยู่ ก็มีความหิวกระหาย เกิดขึ้น ก็ไปหาน้ำเบือดน้ำหนองมาเลี้ยงกาย ตามต้นไม้ ตาม. น้ำเลือดน้ำหนอง ในกุ้งหอยปูปลา หมูเป็ดไก่ มาเลี้นงสังขารตน
แล้วสิ่งหนึ่ง มันก็มี มากัดกินน้ำเบือดน้ำหนองในเรือนกาย ที่เค้าเรียกว่า ตัวกินเลือดกินเนื้อ พยาธิต่างๆ เกิดขึ้น พวกสัตว์โลกตัวกินเลือดกินเนื้อ นี้เหมือน สัตว์นรก ก็มากัดกินน้ำหนองในกาย ที่ว่ามีชี้วืต พอกายนี้ หมดลม ก็อยู่ไม่ไม่ได้ ปรากฏตัวออกมา เป็นตัวหนอน กัดกินเรือนกาย .
คราวนี้ สิ่งว่า ในกายมนุษย์ ที่มีธาตุทั้งสี่ ประกอบขึ้นมา กายนี้ ก็มีสภาพ เสมือน ดินฟ้าอากาศ มีคลื่น ลม มีก้อนเมฆ มีพายุ .ต่างๆ มีแสงสี่ดำ สีม่วง สีน้ำตาล ลอยผ่านลงมา เป็นอารมณ์นึกคิด ต่างมากมาย .มันเกิดขึ้นที่ ว่า กายนี้ มีหัวเรือ อยู่ที่ศีรษะ . ที่ไหล .อารมณ์ต่างๆ มากหมาย เสมือนว่า เราพายเรือ แล่นผ่าน มหาสมุทร มีสิ่งต่างไหลมา แต่เหตุ นั่นเกิดปะทะ ที่หัวเรือ เป็นอารมณ์ ต่างมากมาย เกิดขึ้น
ที่ศีรษะ หัวเรือ เกิดอารมณ์กรรม ต่างๆเกิดขึ้น จิตที่อาศัย กยึดถือ สิ่งที่ไหลมา ปะทะที่หัวเรือ มีคลื่นลมต่างๆ พายุ ไหลมาเทมา เป็นภาพแสงสีเสียงต่างๆ จิตก็ทำไปตาม สิ่งที่ ไหลมา เทมาเกิดขึ้นที่หัวเรือ เป็นอารมณ์นึกคิดต่างๆ จิตน้อยๆที่อาศัยในกาย ก็ยึด สิ่งที่เกิดเกิดอารมณ์นึกคิดต่างๆ มันก็มีสภาพเหมือนดินฟ้าอากาศ ที่เค้าเรียกกันว่า มหาธาตุ
ตรงนี้แหละงจิต ที่อยู่อาศัยในกาย ก็ไม่รู้จักหัวเรือ ไม่รู้จักใร่องน้ำ ที่จะพายเรือ ทวนกระแสอารมณ์ ที่เกิดขึ้น มันไหลเหมือนสายน้ำ ปะทะที่หัวเรือ จิตนั้น ก็ไม่รู้จัก สายน้ำนั้น ไม่รู้ว่า จะพายเรือ จับพายขึ้นมาพายเรือ ด้วยสติสัมปชัญญะ พายเรือทวนน้ำ ไม่ปล่อยเรือ ตามน้ำ ก็พายเรือ ทวนน้ำ เอ้า เรือมันหนัก ด้วยสิ่งของปัจจัยที่หามาได้ ก็ยึดถือ ใสลงงมาในกายในเรือ
คนที่เค้ารู้จัก สิ่งที่อยู่ในกาย ที่ยึดมา หามายึด จิตมันยึด ยึดสิ่งที่หามาได้ ที่ว่า ทรัพย์สินเงืนทอง ก็ยึดอยู่ บรรทุกข์อยู่ในกาย ก็แบ่งปัน หยิบสิ่งของวัตถุ โยนลงไปในน้ำ แปรสภาพให้เป็นทานเป็นบุญเกิดขึ้น เรื่อนั้น กายนั้น ก็เบา สามารถที่จะพาเรือทวนน้ำได้ เค้าพายเรือไปไหนกัน ไปหาท่าบุญกุศล ท่าที่จะเกิดเป็น กายบุญ มีกายเป็นเทพยดา อินทร์พรหม ไปพักจิตที่นั้น แล้วก็ลงมาพายเรือต่อ เพื่อที่ไปสูดินแดน ที่หนึ่ง ที่เค้าว่า แดนพระนิพพาน ที่ก็ อยู่ในคำว่าดินฟ้าอากาศ
กายของเรา ก็เป็นกายน้อยๆ จิตน้อยมาอาศัยกาย ที่ว่า อนุธาตุ ชั่วขณะหนึ่ง เพื่อที่จะใช้กายนี้ พายเรือไปหาท่าบุญกุศลบารมี ต้องฝ่าฟันคลื่นลมต่างๆ เมฆหมอก มนต์ดำ ม่านหมอก ต่างๆ มีทั้งมืดสว่าง ที่เกิดขึ้น อุปสรรคต่าง ปะทะที่หัวเรือ
ในการพายเรือ นั้น ดูร่องน้ำไม่เป็น ก็สามารถ ทำให้เรือ กายนี้ หมดสภาพ ไม่สามารถใช้กาย สร้างบุญกุศลบารมีได้ บางที กายนี้ เรือนี้ก็หนัก เพราะไปยึด จิตมันยึดเค้าในกาย เรือมันหนัก พายเรือ ทวนน้ำไม่ได้ ก็ปล่อยเรือตามน้ำ รอวันให้เรือแตก จิตก็ตกลงไปใต้ท้องน้ำ ทุกข์ทรมาน ไปลงอบายภูมิบ้าง ลงนรก เป็นเปรต อสุรกาย อยู่ใต้ท้องน้ำ
การพายเรือ ข้ามโอฆะ เค้าก็อาศัย รอยทั้งสี่ ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า มาพายเรือ ทวนน้ำ ไปหาท่าบุญกุศลบารมี .ไปพักจิตที่นั่น แล้วก็ลงมาพายเรือต่อ..
โฆษณา