2 ชั่วโมงที่แล้ว • ธุรกิจ

เปิดเหตุผลทำไม ยัม แบรนด์ส ขาย 'พิซซ่าฮัท" มูลค่า 8.8 หมื่นล้านบาท ปิดตำนาน 68 ปี

  • ยัม แบรนด์ส (Yum! Brands) ประกาศขายกิจการ "พิซซ่าฮัท" ปิดตำนาน 68 ปี มูลค่า 8.8 หมื่นล้านบาท
  • เปิด 3 สาเหตุหลัก ตัดสินใจขายทิ้ง Pizza Hut ให้ 2 กลุ่มทุน ที่จะเสร็จสิ้นไตรมาส 3 ปีนี้
  • การขายนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างธุรกิจ เพื่อให้ยัม แบรนด์ส มุ่งเน้นไปที่แบรนด์ที่มีผลประกอบการดีกว่าอย่าง KFC และ Taco Bell
ล่าสุดเกิดความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในอุตสาหกรรมอาหารจานด่วนระดับโลก เมื่อ ยัม แบรนด์ส (Yum Brands) บริษัทแม่ของเชนร้านอาหารยักษ์ใหญ่ ประกาศตัดสินใจขายกิจการ “พิซซ่าฮัท” (Pizza Hut) ที่ดำเนินกิจการมานานถึง 68 ปี ในราคารวมประมาณ 2,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 88,338 ล้านบาท) เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่เจ้าของใหม่ ท่ามกลางสภาวะการแข่งขันที่รุนแรง และภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่เริ่มล้าสมัย
โดยหันไปมุ่งปรับพอร์ตโฟลิโอธุรกิจใหม่ เน้นแบรนด์ที่มีผลประกอบการโดดเด่นกว่าอย่าง เคเอฟซี (KFC) และทาโก้ เบลล์
สำนักข่าวเอพี รายงานว่า ยัม แบรนด์ส (Yum Brands) ประกาศจะขายกิจการ “พิซซ่าฮัท” (Pizza Hut) ที่ดำเนินกิจการมานานถึง 68 ปี หลังจากต้องเผชิญกับการแข่งขันในท้องตลาดที่เพิ่มสูงขึ้น และการเป็นร้านอาหารที่ดูล้าสมัย โดยจะขายในราคา 2,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 88,338 ล้านบาท)
  • รายละเอียดการซื้อขายและผู้เล่นใหม่
การขายกิจการในครั้งนี้ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก โดยบริษัท ลองเรนจ์ แคปิตอล (LongRange Capital) จะเข้าซื้อธุรกิจพิซซ่าฮัทในส่วนใหญ่ด้วยมูลค่า 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.9 หมื่นล้านบาท)
ขณะที่ธุรกิจในประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่อันดับ 2 นอกสหรัฐฯ และมีส่วนแบ่งยอดขายถึง 19% จะถูกซื้อไปโดย ยัม ไชน่า โฮลดิ้งส์ อิงค์ ในราคา 1,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 39,250 ล้านบาท) ทั้งนี้ กระบวนการขายคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้
  • เปิดเหตุผลทำไม ขายทิ้ง Pizza Hut
สาเหตุหลักที่ทำให้ ยัม แบรนด์ส ประกาศขายพิซซ่า ฮัท ประกอบไปด้วย
  • 1.
    ผลประกอบการที่ชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง ในปีที่ผ่านมาแม้ภาพรวมยอดขายของ ยัม แบรนด์ส จะเติบโตขึ้น 5% แต่ ยอดขายของพิซซ่าฮัททั่วโลกกลับสวนทางด้วยการลดลง 2%
  • 2.
    จากข้อมูลในปี 2567 และ 2568 ชี้ให้เห็นว่ายอดขายพิซซ่าในสหรัฐฯ เติบโตไม่ถึง 1% และเริ่มหดตัวลง
  • 3.
    ความท้าทายในยุคเดลิเวอรี่ เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน ขณะที่ พิซซ่าฮัท กลับต้องแบกรับภาระ ร้านอาหารขนาดใหญ่ (Dine-in) ซึ่งเป็นโมเดลที่เริ่มล้าสมัย
นีล ซอนเดอร์ส จากโกลบอลดาต้า ให้ความเห็นว่า พิซซ่าฮัท เป็น "จุดอ่อน" ในพอร์ตธุรกิจของยัมมาโดยตลอด แม้จะมีการพยายามฟื้นฟูแบรนด์และปิดสาขาที่ไม่ทำกำไรไปก่อนหน้านี้ แต่ยัมมองว่าการจะทำให้แบรนด์กลับมาเติบโตได้อีกครั้งต้องใช้เงินลงทุนและความอดทนสูงเกินกว่าที่บริษัทพร้อมจะแบกรับ
  • จากผู้นำสู่ความท้าทายในยุคเดลิเวอรี่
พิซซ่า ฮัท ก่อตั้งขึ้นในปีพ.ศ. 2501 (ปีค.ศ. 1958) เริ่มต้นจากเงินกู้เพียง 600 ดอลลาร์สหรัฐ และเคยรุ่งโรจน์จนเป็นเชนพิซซ่าอันดับ 1 ของโลกในปี 1971 อย่างไรก็ตาม เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปสู่การสั่งกลับบ้านและการจัดส่ง (Delivery) พิซซ่าฮัทกลับต้องแบกรับภาระ ร้านอาหารขนาดใหญ่ (Dine-in) ซึ่งเป็นโมเดลที่เริ่มล้าสมัยเมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่างโดมิโน่ส์ที่เน้นความรวดเร็วในการจัดส่ง
ซ้ำร้ายยังได้รับผลกระทบจากการเติบโตของแอปพลิเคชันเดลิเวอรี่ที่ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกอาหารที่หลากหลายมากกว่าเพียงแค่พิซซ่า
  • ก้าวต่อไปของ ยัม แบรนด์ส หลังขายทิ้ง พิซซ่า ฮัท
คริส เทอร์เนอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของ ยัม แบรนด์ส ระบุว่าการขายกิจการจะช่วยให้บริษัทสามารถ มุ่งเน้นไปที่แบรนด์ที่มีผลประกอบการโดดเด่นกว่าอย่าง เคเอฟซี (KFC) และทาโก้ เบลล์ (Taco Bell)
ในขณะที่ บ็อบ เบอร์ลิน ผู้ก่อตั้งลองเรนจ์ แคปิตอล เชื่อมั่นว่าพิซซ่าฮัทยังเป็นแบรนด์ที่เป็นที่รักและมีฐานลูกค้าที่เหนียวแน่น พร้อมที่จะขับเคลื่อนให้เติบโตในระยะต่อไปภายใต้การบริหารใหม่
ปัจจุบัน พิซซ่าฮัทมีสาขาเหลืออยู่ทั้งหมด 19,974 แห่งทั่วโลก หลังจากเพิ่งมีการประกาศแผนปิดสาขาในสหรัฐฯ ไป 250 แห่งเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา
การเปลี่ยนมือเจ้าของในครั้งนี้จึงเป็นที่จับตามองว่าแบรนด์ในตำนานที่มีหลังคาสีแดงเป็นเอกลักษณ์จะสามารถกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ในตลาดอาหารโลกได้อีกครั้งหรือไม่
โฆษณา