VoxPop Logo
VoxPop Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
เมืองไทยไดอารี่ by Supawan
•
ติดตาม
1 ชั่วโมงที่แล้ว • ท่องเที่ยว
ภาพจิตรกรรมฝาผนัง วัดคงคาราม ราชบุรี … ทศชาติชาดก
ภาพจิตรกรรมฝาผนัง วัดคงคาราม ราชบุรี .. ทศชาติชาดก
การเดินชมภาพจิตรกรรมฝาผนังวัดคงคาราม เพื่อมชมเรื่อง “ทศชาติ” หรือเรื่องราว 10 พระชาติสุดท้ายของพระโพธิสัตว์ในการบำเพ็ญ "ทศบารมี" (บารมี 10 ประการ) เพื่อสั่งสมบุญบารมีสู่การตรัสรู้
เราจะเริ่มเดินชมจากผนังแรก โดยการทักษิณาวัตรพระประธานในอุโบสถ .. เริ่มต้นจากผนังทิศใต้
1. มโหสถชาดก อยู่ตรงใกล้ประตูทางเข้าพระอุโบสถ ด้านขวามือพระประธาน .. มโหสถชาดก (บำเพ็ญปัญญาบารมี) คติธรรม: ปัญญาคือเครื่องนำทางชีวิต
เรื่องย่อ: มโหสถบัณฑิต เป็นบัณฑิตผู้เฉลียวฉลาด ที่ปรึกษาหนุ่มของพระราชา ใช้สติปัญญาและไหวพริบปฏิภาณในการแก้ปัญหาและป้องกันบ้านเมือง ช่วยเหลือชาวบ้าน และวางอุบายทำสงครามจิตวิทยาจนสามารถปกป้องบ้านเมืองจากกองทัพใหญ่ได้โดยไม่ใช้ความรุนแรง ไม่มีการเสียเลือดเนื้อ
เนื้อความ .. กล่าวถึงพระเจ้ากรุงมิถิลา ถูกพระเจ้าจุลนีพรหมทัตยกไพร่พลมหาศาลมาล้อมเมือง พระมโหสถบัณฑิตผู้มีมีปัญญายิ่ง สามารถปัองกันมิให้ศัตรูเข้ามาในพระนดรได้ ทั้งยังไปลักพาพระมเหสีและพระธิดา ของพระเจ้าจุลนีมายังเมืองมิถิลาอีกด้วย
ต่อจากนี้ ... สองเมืองก็เลยได้ดองกัน และเมื่อพระเจ้าวิเทหราชสวรรคต มโหสถก็ไปอยู่กับพระเจ้าจุลนีตามคำชวน
ภาพที่น่าดูคือ ตอนที่ข้าศึกรับนางสนมใส่สาแหรกซึ่งโยงกับเพลาปราสาท และไกวสาแหวกนั้น เห็นพื้นปราสาทสีแดงชาดเข้ม เสื้อทหารใช้สีเขียว
ภาพพระมโหสถกำลังยื่นอยู่บนกำแพงเมือง มีกองทัพของพระเจ้าจุลนีพรหมทัตรุมเร้าเข้ามา การเขียนภูเขาและธรรมชาติแทรกระหว่างกองทัพอันมากมายนั้นเป็นภาพที่น่าชมมาก
ภาพกนุ่มสาวชาวมอญ .. วิถีและเครื่องแต่งกาย
2.ภูริทัตชาดก ..
เรื่องย่อ: พญานาคราชภูริทัตต์ เป็นจ้าวแห่งนาคพิภพ มีฤทธิ์เดชมาก ไม่บริโภดเนื้อสัตว์ต่างๆ พระองค์ตั้งใจถือศีลอุโบสถเพื่อในอนาคตคตชาติจะไปสู่ภพภูมิที่สูง เช่น เทวโลกของพระอินทร์ ดังที่เดยไปเห็นมา โดย ภูริทัต ขึ้นมารักษาอุโบสถศีลที่ฝั่งน้ำในเมืองมนุษย์
พราหมณ์ซึ่งไปได้มนตร์จับนาคจากฤาษี ที่ครุฑเป็นผู้ถวายมนตร์วิเศษไว้ให้ มีพราหมณ์อีกคนหนึ่งได้น้ำลูกแก้ว ไปแลกกับมนตร์วิเศษกับพราหมณ์เสนาท เพื่อแลกเปลี่ยนความลับสถานที่อยู่ของภูริทัต จึงสามารถจับเอาภูริทัต (ซึ่งกำลังถือศีล)ไปทรมาน แสดงกลยังที่ต่างๆ
แม้ภูริทัตจะถูกพราหมณ์อาลัมพายน์จับตัวไปทรมานและบังคับให้แสดงกลต่างๆ เพื่อหาเงิน ก็ทรงอดทนอดกลั้นไม่ยอมพ่นไฟทำร้ายใครเพราะกลัวศีลจะขาด
ผนังตอนนี้ ส่วนล่างชำรุดเช่นเดียวกับผนังส่วนล่าง ๆ ด้านอื่นๆ ซึ่งไม่อาจจับเรื่องราวได้ คงเห็นพราหมณ์กำลังจับพญานาคภูริทัตทางซ้ายมือ
ส่วนขวามือ .. รูปพญาครุฑกายสีแดง ได้แปลงตนเป็นมานพได้ถวายมนตร์ธาลัมพายน์แก่ฤษี
เบื้องล่างค่อนไปทางซ้าย.. เป็นรูปนางนาคมาณวิกาและบริวาร กำลังเล่นน้ำอยู่ โดยวางลูกแก้ววิเศษไว้ริมตลิ่ง พราหมณ์เดินผ่านมาและกำลังสาธยายมนตร์อาลัมพายน์ พวกนางนาคตกใจในมนตร์ของพญาดรุฑ จึงแทรกแผ่นดินหนีไป ทิ้งลูกแก้วไว้ พราหมณ์จึงเก็บลูกแก้ววิเศษนั้น
3.ผนังถัดมา คือ ชาดกตอน “จันทกุมาร” .. ชาดกตอนนี้คือ “การบำเพ็ญอธิษฐานบารมี” ของพระโพธิสัตว์อันเป็นบารมีสำคัญอย่างหนึ่งในทศบารมี
เรื่องราวอย่างย่อ ๆ คือ ..พราหมณ์ปุโรหิตใจชั่วร้ายชื่อ กัณฑหาล เป็นผู้แสวงหาผลประโยชน์เข้าตน ชอบรับสินบนในการตัดสินความ โดยจะเปลี่ยนรูปคดีเข้าข้างฝ่ายที่ให้เงินทองแก่ตน ทำให้บ้านเมืองปั่นป่วนขาดความยุติธรรม
พระจันทกุมารผู้เป็นอุปราช และเป็นโอรสของพระเจ้าแผ่นดินได้ขัดขวางมิให้บ้านเมืองลุกเป็นไฟ นำความยุติธรรรมคืนมา ทำให้พราหมณ์กัณฑหาลเสื่อมลาภ จึงคิดคุมแค้นอยู่ในใจตลอดมา
เนื่องจากพราหมณ์รู้ถึงน้ำพระทัยของพระราชาซึ่งมีพระนามว่า เอกราชา เป็นผู้เขลาไร้สติปัญญาจึงคอยหาโอกาสใส่ร้ายจันทกุมารอยู่ วันหนึ่งพระราชาทรงพระสุบินถึงแดนสวรรค์ และประสงค์จะให้ความฝันบรรลุความจริง .. พราหมณ์ปุโรหิตชั่วผู้นั้นจึงแนะนำให้ฆ่าบูชายันต์พระมเหสี พระโอรสจันทกุมาร โคอุสุภราช และม้าอาชาไนย สัตว์เหล่านี้อย่างละสี
พระราชาผู้หลงงมงายในยันตรพิธี จึงให้ประหารพระจันทกุมารเพื่อบูชายันต์ ขณะกำลังจะประหารพระนางจันทาเทวี พระอัดรชายา กระทำสัจจกิริยาอธิษฐานให้เทวดาช่วย พระอินทร์จึงเสด็จลงมาทำลายพิธี
ในภาพเห็นพระอินทร์สีเขียว มีพระรัศมีรอบกายสีแดง เหาะลงมาในท่ามกลางพิธีและหักฉัตร ด้วยการถือค้อนเหวี่ยงลงไปฉัตรหักสะบั้น เห็นพระจันทกุมารนั่งสมาธิอยู่ในกลางโรงพิธี มีปะรำและเพดานกางกั้นพร้อมกับม่านทอง
ภาพเบื้องล่าง .. เป็นตอนพระญาติวงศ์กำลังพิลาปรำพัน เบื้องหลังระบายสีน้ำเงินมีลายดอกไม้ ใบไม้ เป็นศิลปะตกแต่งที่งามมาก น่าเสียดายที่ภาพนี้กะเทาะเนื่องจากน้ำฝนจากพื้นดินซึมขึ้นมา ทำลายภาพเขียนบบนผนัง ผิวร่อนเสียหายหมด
4. “จุลปทุมชาดก” ตอนนี้เป็นชาดกอื่นที่ถูกนำมาแทรกชุดทศชาติชาดก แต่ก็เป็นที่นิยมกันมากในสมัยรัชกาลที่ 4 และที่ 5 ดังได้กล่าวไว้แล้วข้างต้น
ชาตกตอนนี้กล่าวถึง พระเจ้าพรหมทัต ผู้เสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี ทรงมีพระราชบุตรพระนามว่า ปทุมราชกุมาร และมีพี่น้องรวมกันเจ็ดพระองค์
พระเจ้าพรหมทัตเกรงลูก ๆ จะชิงเอาราชสมบัติ จึงออกอุบายให้พี่น้องทั้งเจ็ดออกจากเมือง
พระประทุมราชกุมาร และน้องทั้งหกพร้อมกับพระชายาไปอยู่ป่าป่าที่กันดาร จึงตกลงกันว่าจะสละพระชนม์ของพระชายาของตนไปทีละคน แล้วแบ่งเนื้อกัน
พระปทุมกุมารเก็บเนื้อที่ได้รับแบ่งส่วนของพระองค์และชายาไว้ทุกวัน ต่อมาเมื่อถึงคราวของปทุมกุมารบ้าง พระองค์จึงนำเนื้อที่เก็บไว้ให้อนุชา เมื่ออนุชาทั้งหมดหลับจึงลอบพาชายาหนีไป
พระปทุมกุมารอดทนต่อความหิว พระองค์ได้กรีดเนื้อเพื่อให้ชายาดื่มเลือดแทนน้ำ และให้รอนแรมมาอาศัยอยู่ฝั่งฝั่งน้ำ ..
ภาพบนผนัง .. กล่าวถึงโจรผู้ถูกตัดมือ หู และจมูก ลอยแพมาจนถึงบริเวณนั้น พระปทุมกุมารผู้เป็นพระโพธิสัตว์ได้รักษาแผลของโจรจนหาย ต่อมาโจรก็ลักลอบเป็นชู้กับชายาของพระองค์ โจรกับนางชายาได้ลวงพระปทุมกุมารไปผลักดกลงเหว
ภาพบนซ้ายมือ .. พระปทุมกุมารถูกชายาผลักตกลงเหว บังเอิญด้วยผลบุญของพระองค์ จึงตกจากปล่องเหวลงไปนตัวเหี้ย แล้วเหี้ยนั้นได้นำพระองค์กลับไปครองบ้านเมืองตามเดิม
รูปถัดลงมาเป็นรูปพระปทุมกุมารฉุดโจรขึ้นจากเรือโกลน
ภาพเขียนกษัตริย์ .. เป็นภาพที่สวยงาม ยังคงรักษาแบบแผนศิลปะไทยโบราณเป็นอย่างดี ลักษณะท่าทางนาฏลักษณ์ของกษัตริย์ดูสามสง่าผ่าเผยมาก
5.ภาพผผนังทิตใต้ ตรงส่วนที่อยู่ระดับเดียวกับฐานซุกซีเขียนเรื่อง “วิทูรขาดก” ..
เรื่องย่อ: วิธูรบัณฑิต ยึดมั่นในสัจจะวาจาอย่างยิ่ง เมื่อพ่ายแพ้การพนันสะกาให้กับปุณณกยักษ์ จึงยอมตามยักษ์ไปอย่างไร้ข้อแม้ แม้จะถูกยักษ์พยายามฆ่าหลายครั้งก็ไม่โกรธตอบ และยังแสดงธรรมจนยักษ์เลื่อมใสยอมปล่อยตัวกลับมา
ภาพส่วนล่าง .. ชำรุดมาก เห็นแต่ยออดปราสาทสามยอด
ภาพเบื้องบน .. ปุณณกยักษ์ ผู้เป็นหลานแห่งท้าวเวสสุวัน พอใจธิดาพญานาค จึงหาอุบายเล่นพนันสกา ได้ตัววิฑูรบัณฑิตเกาะหางม้ามา เพื่อเอาหัวใจให้ภรรยาพญานาค มือขวาของยักษ์ถืออาวุธเงื้อง่าอยู่
ภาพเมฆขมวดแบบศิลปะจีน เบื้องหลังช่องฟ้าคือสีขาบเข้มดูน่ากลัว ภาพโขดเขาเขียนด้วยสีสะอาดงามน่ารักเหมือนความฝัน ต้นไม้เขียนตัดเส้นที่พุ่มใบ มีประเปลือกไม้เป็นเทคนิคโบราณในส่วนรอบ ๆ
6.ผนังทิศใต้ชนกับผนังด้านหลัง เป็นส่วนหนึ่งของ “เวสสันดรชาดก” ..
เรื่องย่อ: พระเวสสันดร ทรงบริจาคทานทุกอย่างที่มี รวมถึงช้างปัจจัยนาเคนทร์คู่บ้านคู่เมือง จนถูกเนรเทศไปอยู่ป่า และที่นั่นพระองค์ยังได้บำเพ็ญ "มหาทานบารมี" ขั้นสูงสุด คือการประทานกัณหา-ชาลี (ลูก) และนางมัทรี (ภรรยา) ให้แก่ผู้อื่น เพื่อมุ่งสู่พระโพธิญาณ
ภาพส่วนบน .. ชำรุดด้วยน้ำฝนชำระไหลลงมาเนื่องจากหลังคารั่ว
ภาพที่เหลือซ้ายมือ .. คือ การโปรยแจกทานโดยโปรยลูกมะนาวที่ยัดเหรียญไว้ข้างใน
ซุ้มประตูวังในภาพเขียนเห็นลักษณะการปั้นปูนลายฝรั่งในสมัยรัชกาลที่ 4 ส่วนกลางภาพรูปพระเวสสันดรกับนางมัทรีพระชายาและพระกุมาร คือกัณหาชาลี เสด็จออกจากเมืองไปยังเขากด
.. เบื้องบนส่วนที่ชำรารุดเห็นบางส่วนของพราหมณ์ที่มาทูลขvราชรถกำลังลากรถไป ทำให้สอสองกษัตริย์ต้องอุ้มพระกุมารเดินด้วยพระบาทเปล่า
ผนังต่อมาอีกสองผนัง เขียนเรื่องเวสสันดรชาดก
7. ผนังทิศเหนือถัดจากภาพเวสสันดรไปข้างหน้า วนทักษิณาวัตรจากซ้ายมือพระประธานไป โดยเริ่มต้นผนังนี้เป็นรูป “เตมีย์ชาดก” บำเพ็ญ เนกขัมมะบารมี หมายถึง บารมีในการการละเหย้าเรือนออกไปบวชเป็นพระเป็นนักบวช
.. เล่าความถึง พระเตมีย์โอรสพระเจ้ากาสิกราช เมืองพาราณาสี
ภาพที่น่าดู .. คือ รูปปราสาท มีข้าราชบริพารเข้าเฝ้าบนลานภายในกำแพงแก้ว ส่วนปราสาททองที่เป็นแฝดอยู่ติดกัน พระเจ้ากาสิกราชทรงออกตัดสินความ มีพระราชกุมารเตมีย์ประทับนั่งบนตัก มีการนำโจรที่ถูกจำด้วยชื่อคาโดนลงโทษเฆี่ยนตีและทรมานอย่างหารุณ
ทำให้พระกุมารโพธิสัตว์เกิดความเกรงต่อบาปในการสั่งให้ทรมานหรือฆ่าผู้คน เป็นกษัตริย์ไม่ดีอย่างนี้ ถ้าตัวเราต่อไปได้เป็นกษัตริย์สืบแทนพระราชบิดาก็จะต้องตัดสินความอย่างนี้
ดังนี้พระเตมีย์ จึงแสดงขันติบารมีอันเลิศ ด้วยการทำตนเป็นคนหนวกใบ้ง่อยเปลี้ยเสียขา เพื่อจะไม่ต้องเป็นกษัตริย์ แม้พระบิดามาอ้อนวอนอย่างไรก็ไม่หวั่นไหว .. มีการลองใจทำทรมานต่าง ๆ พระองค์ก็อดทนได้
โหรทำนายว่าเป็นกาลกิณี .. พระราชบิดาจึงรับสั่งให้นายสุนันทะพาไปฝังเสียในป่า
ขณะที่นายสารถีขุดหลุมอยู่นั้นพระเดบีย์ก็แสดงพละกำลังเห็นว่าพระองค์มีร่างกายแข็งแรงดี .. จับงอนราชรถแกว่งไปมาด้วยมือข้างเดียว และร้องประกาศว่าจะออกบวช ไปบำเพ็ญพรตในป่า นายสารถีตกใจผงะทันที ดังรูปบนขวามือ
รูปขวามือส่วนล่าง .. เป็นรูปเรือนฝาปะกน มีเรือนพาไล และหอนั่งอยู่ที่นอกซาน .. เจ้าหนุ่มกำลังนอนเอกเขนกหมอบที่เรือนพาไลโถง มีสาวมอญทรงผมมวยปรนนิบัติอยู่ข้างๆ น่าจะเป็นบ้านขุนนาผู้มีเงิน มีรั้วรอบขอบชิด มีสาวมอญบริวารจำนวนมาก
ป้อมมุมกำแพงวัง เขียนสไตล์แบบรัชกาลที่ 4 เป็นทรงฝรั่ง และปูนปั้นลายฝรั่ง ด้วยสมัยรัชกาลที่ 4 ช่างปั้นลายฝรั่งกันอย่างชำนิชำนาญมาก
8. ผนังกลาง เรื่อง “พระมหาชนกชาดก” เป็นที่น่าสังเกตว่าภาพนี้ สถาปัตยกรรมบ้านเรือนมีทั้งทรงไทยและก่อตึก ปั้นลวดลายประดับหน้าบัน ปั้นลม เป็นลายปูนปั้นแบบฝรั่งตามสมัยของรัชกาลที่ 4
ภาพข้างบน .. รูปทะเลปั่นป่วน สำเภาที่บรรทุกพระมหาชนกจะไปค้าชายยังสุวรรณภูมิเกิดล่ม ผู้คนถูกปลาอันดุร้ายขบกัดวินาศตาม ๆ กัน พระมหาชนกแหวกว่ายไปตามท้องทะเลคลั่ง ไม่เห็นฝั่งและที่หมาย ด้วยการบำเพ็ญวิริยะบารมี อันเป็นวิสัยของพระโพธิสัตว์
ผลที่สุดร้อนถึงนางมณีเมขลาเทพธิดาผู้ครอบครองมหาสมุทร ได้เห็นความเพียรเช่นนี้ จึงเหาะมาอุ้มร่างที่สลบไสลใกล้ตายของพระมหาชนก นำไปวางไว้บนแท่นที่อุทยานของกรุงมิถิลา
ภาพก้อนเมฆปันป่วนเป็นก้อนๆ แต่เป็นลวดลายคล้ายก้อนเมฆจีน .. แสดงว่าในสมัยรัชกาลที่ 4 นี้ได้มีอิทธิพลของศิลปะจีนกับศิลปะจิตรกรรมยุโรปเข้ามาให้เห็นแล้วอย่างกว้างขวาง
เพียงแต่จิตรรมกลุ่มสมัยดันรัฐกาลที่ 4 แม้จะทำเมฆเป็นก้อน ก็เลียนแบบจีน การเขียนภาพน้ำในมหาสมุทรยังคงตัดเส้นด้วยเส้นขาวบนสีเข้มตามกรรมวิธีแบบโบราณอยู่
ภาพพราหมณ์เชิญราชรถเสี่ยงบารมี แล้วราชรถมาเกย พระโพธิสัตว์มหาชนก ในสวนมะม่วง อยู่ตรงซ้ายมือของผู้ชม สังเกตว่าพราหมณ์หัวล้านไว้ผมยาว นุ่งขาวห่มขาว มิได้สวมลอมพอกแบบศิลปะอยุธยา แสดงว่าตอนนี้เป็นภาพเขียนสมัยรัชกาลที่ 4 โดยบริสุทธิ์ทั้งผนังโดยแท้
ภาพครองเมือง
9. ภาพต่อมาคือ “สุวรรณสามชาดก” ซึ่งแสดงการบำเพ็ญสัจจบารมี
เรื่องย่อ: สุวรรณสามผู้มีความกตัญญู เลี้ยงดูพ่อแม่ที่ตาบอดอยู่ในป่า ทรงมีจิตเมตตาต่อสัตว์ป่าจนเดินไปด้วยกันได้ วันหนึ่งถูกพระราชาศรศิลป์ยิงด้วยธนูเพราะเข้าใจผิด แต่ด้วยแรงแห่งเมตตาและความกตัญญู ทำให้นมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์จนฟื้นคืนชีพและพ่อแม่กลับมามองเห็น
ภาพที่เห็นบนผนัง .. น้ำฝนไหลเป็นทางลงมาจากหลังคาที่เคยชำรุด คงเห็นภาพเหลืออยู่ครึ่งภาพ ทางซ้ายมือผู้ชม แม้จะมีส่วนบริบูรณ์เหลืออยู่น้อย แต่ก็สังเกตได้ว่าส่วนบนของภาพเขียน รูปต้นไม้โขดหิน แสดงถึงป่าอันสงบ เขียนได้งดงามอย่างน่าชม
รูปพระสุวรรณสามในชุดดาบสกำลังสอยผลไม้ มีกระชุสองอันใส่ผลไม้เต็มและมีไม้คานวางอยู่ข้างๆ ที่ป่านั้นมีฝูงสัตว์อยู่อย่างสงบ มีกระค่าย นก ขวามือเห็นนางกินรีพร้อบลูก หางเป็นกนกลายสีทองกำลังร่ายรำ
ซ้ายมือ .. เป็นรูปบรรณศาลา กษัตริย์ท้าวกบิลยักษ์เข้ามาแจ้งบิดามารดาของสุวรรณสามว่า พระองค์ได้ยิงศรต้องสุวรรณสามจนถึงแก่ความตายเสียแล้ว และปวารณาตัวขอเป็นข้าช่วงใช้แทน ด้วยดาบสผัวเมียทั้งสองตาบอดเพราะถูกงูพ่นพิษใส่
ภาพด้านล่างลงมา .. เห็นสภาพการโศกพิลาปรำพันของพระดาบสสองสามีภริยา เป็นนาฏลักษณ์ท่วงที่โบราณแบบประเพณีสืบมาตั้งแต่สมัยออยุธยาแล้ว
10. เนมิราชาดก (อธิษฐานบารมี)
เรื่องย่อ: พระเนมิราชผู้ทรงศีลและโปรดการทำทานอย่างยิ่ง ทรงตั้งจิตอธิษฐานมั่นในความดี จนพระอินทร์ส่งมาตลีเทวสารถีนำราชรถมารับไปแสดงธรรมทั้งนรกและสวรรค์ เพื่อนำสิ่งที่เห็นกลับมาสั่งสอนประชาชนให้ละเว้นความชั่ว
11. นารทชาดก (นา) : บำเพ็ญอุเบกขาบารมี (การวางเฉย/วางใจเป็นกลาง)
เรื่องย่อ: พระพรหมนารท (พระโพธิสัตว์) เสด็จลงมาโปรดพระราชาอังคติราชที่หลงผิดไปเชื่อคำสอนของลัทธิมิจฉาทิฏฐิที่ว่าบาปบุญไม่มีจริง พระนารททรงใช้ความสงบและการวางใจเป็นกลาง ค่อยๆ แสดงธรรมะจนพระราชาตาสว่าง
ภาพกาก : คนต่างชาติเข้ามาในสยามแล้วหลายชาติ
สรุป .. ทศชาติชาดกเป็นเรื่องราวพระชาติสุดท้าย 10 ชาติของพระโพธิสัตว์ก่อนตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่ละชาติแสดงการบำเพ็ญ บารมี 10 ประการ ได้แก่ เนกขัมมะ วิริยะ เมตตา อธิษฐาน ปัญญา ศีล ขันติ อุเบกขา สัจจะ และทาน อันเป็นคุณธรรมสำคัญที่นำไปสู่ความสมบูรณ์แห่งพระโพธิญาณและการตรัสรู้ในที่สุด
บททศชาติชาดกจึงมิใช่เพียงนิทานชาดก หากเป็นคัมภีร์แห่งคุณธรรมที่ชาวพุทธใช้เป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน.
บันทึก
2
1
1
2
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 VoxPop
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ VoxPop
VoxPop เพื่อธุรกิจ
ไทย
Stay informed with global news and analysis
Discover trending videos and creator content
Link Terkait
Discover trending videos and creator content
Listen to popular podcasts and audio shows
Listen to popular podcasts and audio shows
Explore independent publishing and community storytelling
Catch up on entertainment news and reviews